⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1730/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1730/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลในคดีอาญาได้วินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทอันเป็นสาระสำคัญแห่งคดีและได้ข้อเท็จจริงยุติแล้ว ศาลในคดีแพ่งต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญานั้น. การส่งมอบทรัพย์สินที่ซื้อขายกันแล้ว ถือว่าเป็นการชำระหนี้ตามกฎหมายแล้ว แม้จะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ.

ย่อคำพิพากษา

เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาฐานฉ้อโกง ศาลฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยซื้อหยกไปจากโจทก์ โจทก์ส่งมอบให้จำเลยแล้วจำเลยยังไม่ชำระราคา เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง ไม่ผิดฐานฉ้อโกง พิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุด โจทก์มาฟ้องทางแพ่งให้จำเลยชำระราคาหยก ในคดีอาญาดังกล่าวศาลได้ยกประเด็นว่าจำเลยซื้อหยกไปจากโจทก์ตามฟ้องหรือไม่ขึ้นวินิจฉัยก่อน เมื่อฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยซื้อหยกไปจากโจทก์แล้วไม่ชำระราคา จึงวินิจฉัยต่อไปว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่ ประเด็นว่าจำเลยซื้อหยกไปจากโจทก์ตามฟ้องหรือไม่จึงเป็นประเด็นโดยตรงที่ศาลหยิบยกขึ้นวินิจฉัยในคดีอาญา ฉะนั้นในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญาว่าจำเลยได้ซื้อหยกไปจริงและยังไม่ได้ชำระราคาให้โจทก์ตามฟ้อง แม้ว่าการซื้อขายหยกจะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ แต่โจทก์มอบหยกให้จำเลยรับไปแล้ว ถือได้ว่ามีการชำระหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 แล้วจึงไม่จำต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องเรียกราคาหยกจากจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซื้อหยกไปจากโจทก์ 5 ก้อน เป็นเงิน 120,000 บาทจำเลยรับมอบหยกไปจากโจทก์แล้ว เมื่อถึงกำหนดชำระเงินจำเลยไม่นำเงินมาชำระ จำเลยให้การว่า ไม่เคยตกลงซื้อหยกจากโจทก์ ความจริงโจทก์ขายให้กับผู้อื่น การซื้อขายหยกไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์ตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในการวินิจฉัยว่าจำเลยตกลงซื้อหยกจากโจทก์ไปตามฟ้อง คดีนี้ ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 534/2517 ของศาลแขวงเชียงใหม่หรือไม่ ซึ่งในคดีนั้นโจทก์ได้ฟ้องหาว่าจำเลยใช้อุบายหลอกลวงขอซื้อหยกไปจากโจทก์ โจทก์หลงเชื่อมอบให้ไปแล้วจำเลยไม่ชำระราคา เป็นการฉ้อโกงโจทก์ ศาลพิพากษายกฟ้องโดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยซื้อหยกไปจากโจทก์จำนวน 5 ก้อน ราคา 120,000 บาท โจทก์ส่งมอบหยกให้จำเลยรับไปแล้ว จำเลยยังไม่ชำระราคา เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งไม่ผิดฐานฉ้อโกง คดีถึงที่สุดในคดีอาญาดังกล่าวศาลได้ยกประเด็นว่าจำเลยได้ซื้อหยกไปจากโจทก์ตามฟ้องหรือไม่ขึ้นวินิจฉัยก่อน เมื่อวินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยซื้อหยกไปจากโจทก์แล้วไม่ชำระราคา จึงได้วินิจฉัยต่อไปว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่ ฉะนั้น ประเด็นที่ว่าจำเลยได้ซื้อหยกของโจทก์ไปตามที่โจทก์นำคดีมาฟ้องหรือไม่ จึงเป็นประเด็นโดยตรงที่ศาลหยิบยกขึ้นวินิจฉัยในคดีอาญา โจทก์ฟ้องคดีนี้ขอให้จำเลยชำระเงินค่าหยกจึงเป็นการฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ฉะนั้นการพิพากษาคดีนี้ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญาว่า จำเลยได้ซื้อหยกของโจทก์ไปจริงแล้วยังไม่ชำระราคาให้โจทก์ตามฟ้อง ที่จำเลยฎีกาว่าการซื้อขายหยกไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่าการที่โจทก์มอบหยกให้แก่จำเลยรับไปแล้ว ถือได้ว่ามีการชำระหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 แล้วจึงไม่จำต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องเรียกราคาหยกจากจำเลยได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1730/2520 นายประสพ ใจภูมิ โจทก์ นายแสงทอง วงศ์ใส จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประสพ ใจภูมิ · จำเลย - นายแสงทอง วงศ์ใส
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ขจร หะวานนท์ · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา · สนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1351/2567ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 360/2502ฎีกา 3375/2532ฎีกา 3813/2535ฎีกา 1090/2530ฎีกา 170/2497ฎีกา 4715/2542ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 1917/2559ฎีกา 10866/2546ฎีกา 481/2526ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 5281/2540ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1308/2533ฎีกา 1578/2493ฎีกา 1000/2505ฎีกา 6549/2542ฎีกา 144/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา