⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1090/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1090/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. หนังสือสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินที่ระบุว่ามีการชำระเงินค่าที่ดินบางส่วน แม้ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ ก็รับฟังว่ามีการรับเงินดังกล่าวได้ เพราะไม่ใช่ใบรับตามประมวลรัษฎากร 2. การที่เจ้าของที่ดินซึ่งอยู่ในเขตโครงการจัดรูปที่ดินจะโอนขายที่ดินให้บุคคลอื่นได้หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งหากไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลฎีกามีดุลพินิจที่จะไม่ยกขึ้นวินิจฉัยให้ได้

ย่อคำพิพากษา

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินที่ระบุว่า ได้มีการชำระเงินค่าที่ดินกันบางส่วนนั้น แม้จะไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ก็รับฟังว่ามีการรับเงินดังกล่าวได้ เพราะหนังสือสัญญาดังกล่าวไม่ใช่ใบรับตาม ป. รัษฎากร ปัญหาว่าเจ้าของที่ดินซึ่งอยู่ในเขตโครงการจัดรูปที่ดินตาม พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ฯ จะสามารถทำนิติกรรมโอนขายที่ดินนั้นให้กับบุคคลอื่นได้หรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แต่ถ้าข้อกฎหมายดังกล่าวไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลฎีกามีดุลพินิจที่จะไม่ยกขึ้นวินิจฉัยให้ได้ตาม ป.วิ.พ.มาตรา142(5).(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาจะขายที่ดินเนื้อที่ 7 ไร่3 งาน 50 ตารางวา ราคา 45,000 บาทให้โจทก์ ต่อมาจำเลยผิดสัญญาขอให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยทำสัญญาจะขายที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ แต่จำเลยกู้เงินโจทก์โดยนำเอาแบบฟอร์มมาให้จำเลยพิมพ์นิ้วมือบอกว่าเป็นสัญญากู้เงิน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้1,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...เชื่อได้ว่าจำเลยได้ทำสัญญาเอกสารหมาย จ. 1 จะขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์จริง และเห็นว่าหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินไม่ใช่ใบรับตามประมวลรัษฎากร ดังนั้นแม้ในหนังสือสัญญาจะบุว่าได้มีการชำระเงินค่าที่ดินกันบางส่วนก็รับฟังว่ามีการรับเงินดังกล่าวได้ โดยไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ตามที่จำเลยฎีกา คดีปรากฏตามหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินเอกสารหมาย จ. 1 ว่า จำเลยได้รับเงินมัดจำค่าที่ดินพิพาทไปจากโจทก์ในวันทำสัญญาจะซื้อจะขายแล้ว เป็นเงิน 25,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 20,000 บาท โจทก์เบิกความว่าจำเลยตกลงให้โจทก์นำไปชำระให้แก่สหกรณ์การเกตรพระคือพัฒนา จำกัด จำเลยเองก็เบิกความรัยว่าโจทก์ ได้ออกเงินที่จำเลยยังเป็นหนี้สหกรณ์และได้ไถ่ถอนจำนองที่ดินพิพาทจากสหกรณ์ให้กับจำเลยแล้ว จำเลยจึงต้องโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ตามสัญญา ที่จำเลยฎีกาทำนองว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตโครงการจัดรูปที่ดินตามพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ. 2514 พนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นและจำเลยไม่มีอำนาจทำนิติกรรมโอนที่ดินให้แก่โจทก์ได้เพราะขัดต่อพระราชบัญญัติดังกล่าว ข้อกฎหมายในเรื่องนี้ ศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ จึงไม่เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและแม้ข้อกฎหมายดังกล่าวจะเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แต่สำหรับคดีนี้ศาลฎีกาไม่เห็นสมควรที่จะยกขึ้นวินิจฉัยให้ตามนัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142 (5) ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1090/2530 นายเติม ศรีพรมมา โจทก์ นางลี อุบลเสถียร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเติม ศรีพรมมา · จำเลย - นางลี อุบลเสถียร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสรี แสงศิลป์ · สุชาติ จิวะชาติ · อำนวย เปล่งวิทยา
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3375/2532ฎีกา 1721/2528ฎีกา 170/2497ฎีกา 770/2535ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3616/2558ฎีกา 3099/2524ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ