⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1667/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1667/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยนำทรัพย์สินที่ถูกคำสั่งห้ามชั่วคราวมิให้โอนขายไปขายให้แก่ผู้อื่น โดยรับรองว่าตนมีสิทธิในทรัพย์สินนั้นโดยสมบูรณ์ ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง หากผู้ซื้อทราบถึงคำสั่งห้ามดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยนำรถยนต์ของจำเลยซึ่งศาลได้มีคำสั่งห้ามชั่วคราวมิให้โอนขายหรือจำหน่ายในคดีหนึ่งอยู่แล้วไปทำสัญญาซื้อขายกับโจทก์โดยรับรองกับโจทก์ว่ารถยนต์ดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยผู้เดียวไม่ โดยนำไปขายหรือจำนำหรือทำสัญญาใดผูกพันรถยนต์ดังกล่าวเลย แล้วจำเลยไม่ส่งมอบรถยนต์ดังกล่าวให้โจทก์นั้น การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.260 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยนำความเท็จมาหลอกลวงโจทก์ว่า รถยนต์ของจำเลยเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยไม่เคยนำไปขายหรือจำนำหรือสัญญาใด ๆ ผูกพันหนี้สินเกี่ยวแก่รถยนต์ ดังนี้ แล้วขอขายให้โจทก์ โจทก์หลงเชื่อรับซื้อไว้และจ่ายเงินให้จำเลยเป็นค่ารถยนต์ ๓๐,๐๐๐ บาท ถึงกำหนดนัดโอนทะเบียนและส่งมอบ จำเลยไม่จัดการอย่างใด ความจริงปรากฎว่า ศาลจังหวัดราชบุรีได้สั่งห้ามทำนิติกรรมเกี่ยวแก่รถยนต์ของจำเลยไว้ และจำเลยได้จำนำรถยนต์ของจำเลยไว้แก่ธนาคารด้วย จำเลยจึงโอนรถยนต์ของจำเลยให้โจทก์ไม่ได้ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ ศาลแขวงราชบุรีไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง โดยฟังว่าจำเลยไม่ได้นำรถยนต์ของจำเลยไปจำนำหรือประกันหนี้ไว้กับธนาคาร และคำสั่งห้ามชั่วคราว ของศาลจังหวัดราชบุรีนั้น จำเลยอาจปลดเปลื้องเสียเมื่อใดก็ได้โดยปฏิบัติตามคำพิพากษาเสีย การกระทำของจำเลยยังไม่ผิดตามที่โจทก์ฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าการกระทำของจำเลยเป็นผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๘๑ หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ศาลจะได้มีคำสั่งห้ามมิให้จำเลยโอนขายหรือจำหน่ายรถยนต์ของจำเลย คำสั่งนั้นก็เป็นเพียงคำสั่งห้ามชั่วคราว รถยนต์ของจำเลยอยู่ในวิสัยที่จำเลยอาจโอนขายให้โจทก์ได้ตามสัญญา เพราะคำสั่งห้ามชั่วคราวนั้นย่อมยกเลิกไปในตัวเมื่อจำเลยได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาคดีนั้นแล้ว (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๖๐ (๒)) พฤติการณ์ของจำเลยจะฟังว่าจำเลยได้กล่าวเท็จต่อโจทก์ด้วยเจตนาทุจริตมาแต่ต้นหาได้ไม่ เมื่อจำเลยไม่ส่งมอบหรือโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ให้โจทก์ตามสัญญา ก็เป็นเรื่องการผิดนัดผิดสัญญาในทางแพ่งการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์เสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1667/2506 นายทิพย์ อู่ทรัพย์ โจทก์ นายวีระ มณีวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทิพย์ อู่ทรัพย์ · จำเลย - นายวีระ มณีวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · ประมูล สุวรรณศร · อรรถขจรนิติปคุณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงราชบุรี - นายรื่น วิไลชนม์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอดุล รัตนปินฑะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 725/2567ฎีกา 915/2566ฎีกา 5219/2531ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 4046/2536ฎีกา 6196/2534ฎีกา 2141/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 4009/2566ฎีกา 3245/2545ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7362/2538ฎีกา 1674/2543ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2405/2523ฎีกา 6863/2543ฎีกา 1109/2510ฎีกา 5090/2565ฎีกา 21183/2556ฎีกา 1342/2530ฎีกา 1813/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา