⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2405/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2405/2523

ป.อาญา ม.341

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เช่าซื้อนำทรัพย์สินที่เช่าซื้อไปให้บุคคลภายนอกเช่าซื้อต่อ โดยที่ตนเองยังค้างชำระค่าเช่าซื้ออยู่ และนำเงินที่ได้รับจากการให้เช่าซื้อต่อไปใช้ส่วนตัวโดยไม่ได้นำไปชำระแก่ผู้ให้เช่าซื้อเดิมนั้น เป็นเพียงการผิดสัญญาเช่าซื้อ ซึ่งเป็นความรับผิดทางแพ่งเท่านั้น หาใช่ความผิดอาญาฐานฉ้อโกงไม่

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเช่าซื้อรถยนต์จากห้าง น. และยังค้างชำระค่าเช่าซื้ออยู่ แล้วจำเลยนำรถยนต์คันดังกล่าวไปให้ผู้เสียหายเช่าซื้อต่อโดยจำเลยรับเงินค่าเช่าซื้อรถยนต์นั้นจากผู้เสียหายไปหลายครั้ง ซึ่งผู้เสียหายเข้าใจว่าจำเลยคงส่งเงินจำนวนดังกล่าวไปชำระให้ห้าง น. ตามที่ค้างอยู่ แต่จำเลยก็ไม่นำเงินไปชำระเลย ห้าง น. จึงยึดรถยนต์คืนดังนี้ จึงเป็นเรื่องรับผิดในทางแพ่งจำเลยหามีความผิดอาญาฐานฉ้อโกงไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้แสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงที่ควรบอกแก่ผู้เสียหายว่า รถยนต์ที่จำเลยเช่าซื้อมาเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยแล้วแต่ยังมิได้ โอนชื่อเป็นของจำเลยในทะเบียนรถยนต์ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงตกลงเช่าซื้อ ระหว่างที่ผู้เสียหายผ่อนชำระค่าเช่าซื้อ ห้าง น. ได้ยึดรถยนต์คือโดยแจ้งว่าจำเลยไม่ชำระเงินค่าเช่าซื้อหลายงวด ความจริงจำเลยยังไม่ได้กรรมสิทธิ์รถยนต์คันดังกล่าว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 จำคุก 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยเช่าซื้อรถยนต์จากห้าง น. และยังไม่ได้กรรมสิทธิ์เพราะยังค้างชำระค่าเช่าซื้ออยู่ แล้วจำเลยนำรถยนต์คันดังกล่าวไปให้ผู้เสียหายเช่าซื้อต่อ โดยจำเลยรับเงินค่าเช่าซื้อรถยนต์นั้นจากผู้เสียหายไปหลายครั้งซึ่งผู้เสียหายอ้างว่า จำเลยบอกว่ารถยนต์เป็นของจำเลยแล้วนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าผู้เสียหายทำอู่ซ่อมรถและมีรถยนต์บรรทุก 6 คัน ผู้เสียหายน่าจะมีความรู้เรื่องการซื้อขายรถยนต์พอสมควร ก่อนที่ผู้เสียหายจะเช่าซื้อรถยนต์จากจำเลย ผู้เสียหายน่าจะสืบสวนให้ได้ความแน่นอนเสียก่อนว่าจำเลยผ่อนชำระค่าเช่าซื้อให้แก่ห้าง น. ครบถ้วนแล้วหรือไม่เพราะถ้าส่งครบถ้วนจำเลยก็จะต้องจัดการโอนทะเบียนรถเป็นชื่อของตนซึ่งเป็นหลักฐานว่าจำเลยเป็นเจ้าของรถแล้ว นอกจากนี้ผู้เสียหายยังไปที่ห้าง น. เพื่อขอเสียภาษีรถยนต์อีกด้วย จึงน่าจะรู้เรื่องว่าจำเลยได้ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อครบแล้วหรือยังศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยหาได้หลอกลวงผู้เสียหายตามฟ้องของโจทก์ไม่ พฤติการณ์ของจำเลยมีอยู่ว่า จำเลยไม่ได้ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อแก่ห้าง น. และเมื่อจำเลยรับเงินจากผู้เสียหายไปจำนวนหนึ่งโดยผู้เสียหายเข้าใจว่าจำเลยคงส่งเงินจำนวนนี้ไปชำระให้ห้าง น. ตามที่ค้างอยู่ แต่จำเลยก็ไม่ส่งให้ จึงเป็นเรื่องรับผิดในทางแพ่ง จำเลยไม่มีความผิดทางอาญาตามฟ้องของโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2405/2523 พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์ นายฮวด สุขละมูล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี · จำเลย - นายฮวด สุขละมูล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศิริ จีระมะกร · พยนต์ ยาวะประภาษ · สุทิน เลิศวิรุฬห์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 725/2567ฎีกา 915/2566ฎีกา 5219/2531ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 4046/2536ฎีกา 7364/2538ฎีกา 6196/2534ฎีกา 4225/2559ฎีกา 4009/2566ฎีกา 8496/2558ฎีกา 3245/2545ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7362/2538ฎีกา 1674/2543ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543ฎีกา 5090/2565ฎีกา 21183/2556ฎีกา 345/2516ฎีกา 1342/2530ฎีกา 1813/2531ฎีกา 1529/2501
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา