คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3074/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งอายัดทรัพย์สินเพื่อคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา ยังคงมีผลบังคับต่อไปจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น หรือจนกว่าจะมีการบังคับคดีตามคำพิพากษา เมื่อโจทก์ได้ขอออกคำบังคับและหมายบังคับคดีแล้ว การอายัดนั้นมีผลเท่ากับการอายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา การขอเฉลี่ยทรัพย์ต้องยื่นภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดนับแต่วันที่ลูกหนี้ส่งทรัพย์สินตามที่อายัดไว้
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาโดยสั่งอายัดเงินของจำเลยไปยังลูกหนี้เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2529 ต่อมาเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2530 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้อง วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2530 ลูกหนี้ส่งเงินต่อศาลตามคำสั่งอายัดคำสั่งอายัดเงินชั่วคราวก่อนคำพิพากษายังคงมีผลต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 260(2) เมื่อโจทก์ได้ขอออกคำบังคับและขอหมายบังคับคดีถึงที่สุดแล้ว จึงมีผลเท่ากับเจ้าพนักงานบังคับคดีได้อายัดทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้แทนโจทก์ตามมาตรา 290 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2531 จึงเป็นการยื่นหลังจากสิ้นระยะเวลาสิบสี่วันนับแต่วันที่ลูกหนี้ส่งทรัพย์สินตามที่อายัดไว้ ต้องห้ามตามมาตรา 290 วรรคห้าผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีเนื่องมาจากระหว่างการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น ศาลได้ออกหมายอายัดเงินของจำเลยไปยังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2529 และต่อมาเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์2530 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ 60,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน2529 จนกว่าจะชำระเสร็จ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ส่งเงินที่โจทก์ขออายัดต่อศาลเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2530
ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีอื่นได้ยื่นคำร้องลงวันที่ 5 เมษายน 2531 ขอเฉลี่ยเงินที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยส่งมา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าศาลมีหมายอายัดเงินชั่วคราวเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2529 และต่อมามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 10กุมภาพันธ์ 2530 ผู้ร้องเคยยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ไว้ แต่ไม่มานำหมายนัด กรณีถือว่าผู้ร้องทิ้งคำร้อง ผู้ร้องยื่นคำร้องนี้เกินกว่า6 เดือน นับแต่วันอายัดทรัพย์ซึ่งไม่เป็นไปตามเงื่อนไขตามมาตรา 290ประกอบมาตรา 317 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหามีว่าผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาโดยสั่งอายัดเงินของจำเลยไปยังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2529 ต่อมาเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2530 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้อง วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2530 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยส่งเงินต่อศาลตามคำสั่งอายัดคำสั่งอายัดเงินชั่วคราวก่อนคำพิพากษายังคงมีผลต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 260(2)เมื่อโจทก์ได้ขอออกคำบังคับและขอหมายบังคับคดีถึงที่สุดแล้ว จึงมีผลเท่ากับเจ้าพนักงานบังคับคดีได้อายัดทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้แทนโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 290 การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์นี้เมื่อวันที่ 5เมษายน 2531 จึงเป็นการยื่นหลังจากสิ้นระยะเวลาสิบสี่วันนับแต่วันที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยส่งทรัพย์สินตามที่อายัดไว้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคห้าผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3074/2535
นาย รัตน์ ช่างทุ่ง ใหญ่ โจทก์
นาง วัล ยา จันทร์ ตรี ผู้ร้อง
นาย ณ รงค์ สถิตวิทยานันท์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย รัตน์ ช่างทุ่ง ใหญ่ · ผู้ร้อง - นาง วัล ยา จันทร์ ตรี · จำเลย - นาย ณ รงค์ สถิตวิทยานันท์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เพ็ง เพ็งนิติ · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · อุระ หวังอ้อมกลาง |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา