⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3828/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3828/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่สามารถบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินอื่นของลูกหนี้ได้ ถือเป็นการอ้างเหตุที่ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินอื่นเพียงพอตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับการร้องขอเฉลี่ยทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

เงื่อนไขที่ระบุไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 290 วรรคสี่ เป็นกำหนดเวลาที่ผู้ร้องจะต้องยื่นคำร้องเข้ามาในทันทีภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลจะต้องพิจารณาว่าผู้ร้องได้ยื่นเข้ามาในกำหนดเวลาหรือไม่ จึงไม่ใช่ข้อที่ผู้ร้องต้องบรรยายมาในคำร้อง ตามคำร้องบรรยายว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา แต่จำเลยไม่มีเงินจะชำระหนี้ให้ผู้ร้องได้ผู้ร้องจึงมาร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ ซึ่งพอแปลได้ความว่าผู้ร้องไม่สามารถเอาชำระหนี้จากทรัพย์สินอื่นของจำเลย ถือได้ว่าผู้ร้องอ้างในคำร้องแล้วว่าจำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นเป็นเหตุให้ผู้ร้องไม่สามารถเอาชำระหนี้ได้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 290 วรรคสอง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.290

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจกาจำเลยไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ตามคำพิพากษาโจทก์จึงขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีและยึดทรัพย์ของจำเลยเพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้และเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์ดังกล่าวไว้แล้ว ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 1068/2532 หมายเลขแดงที่ 1012/2532ของศาลชั้นต้นแต่จำเลยไม่มีเงินชำระ ขอให้ศาลอนุญาตให้ผู้ร้องเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้วมีคำสั่งตามรูปคดี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่า คำร้องของผู้ร้องบรรยายมาไม่ครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290วรรคแรก วรรคสอง และวรรคสี่ โดยเฉพาะมิได้บรรยายว่าผู้ร้องไม่สามารถเอาชำระหนี้ได้จากทรัพย์สินอื่นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 290 วรรคสอง นั้น พิเคราะห์แล้ว มาตรา 290ดังกล่าวเป็นบทบัญญัติให้โอกาสแก่บุคคลภายนอกคดีมีสิทธิยื่นคำร้องเข้ามาในการบังคับคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งเป็นจำเลยในคดีนี้ และทรัพย์นั้นถูกเจ้าพนักงานบังคับคดียึดหรืออายัดไว้แล้วได้ โดยมีเงื่อนไขว่าบุคคลภายนอกนั้นต้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยในคดีเรื่องอื่น และต้องยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลที่ออกหมายบังคับให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยไว้แล้ว เพื่อให้ผู้ร้องมีสิทธิเข้าเฉลี่ยในทรัพย์สินของจำเลยดังกล่าว เหตุที่กฎหมายให้โอกาสแก่ผู้ร้องเช่นนี้เพราะผู้ร้องจะขอให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินดังกล่าวของจำเลยซ้ำอีกไม่ได้ต้องห้ามตามมาตรา 290 วรรคแรก ฉะนั้น คำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้องจึงต้องบรรยายข้อสำคัญตามมาตรา 290 วรรคแรก โดยย่อได้ความว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยในคดีเรื่องอื่นและขอให้ศาลอนุญาตให้ตนเข้าเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่มีการออกหมายบังคับคดีนี้ ซึ่งตามคำร้องของผู้ร้องดังกล่าวก็ปรากฏว่าได้บรรยายไว้แล้วว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยในคดีแพ่งหมายเลขใด ของศาลใด และขอให้ศาลคดีนี้อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์คดีนี้ จึงเป็นคำร้องที่ศาลชั้นต้นชอบที่รับไว้พิจารณาต่อไปได้ สำหรับเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 290 วรรคสี่นั้นเป็นกำหนดเวลาที่ผู้ร้องจะต้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์เข้ามาในทันทีภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลจะต้องพิจารณาว่าผู้ร้องได้ยื่นเข้ามาในกำหนดเวลาหรือไม่ ถ้าปรากฏว่ายื่นเข้ามาเกินกำหนดเวลาศาลก็ชอบที่จะยกคำร้องนั้นเสียจึงไม่ใช่ข้อที่ผู้ร้องต้องบรรยายมาในคำร้อง และสำหรับเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 290 วรรคสี่ ซึ่งบัญญัติว่า "ไม่ว่าในกรณีใด ๆห้ามมิให้ศาลอนุญาตตามคำขอเช่นว่ามานี้ เว้นแต่ศาลเห็นว่าผู้ยื่นคำขอไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา" นั้น เห็นว่า ตามคำร้องของผู้ร้องระบุว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา แต่จำเลยไม่มีเงินจะชำระหนี้ให้ผู้ร้องได้ผู้ร้องจึงมาร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ ซึ่งพอแปลได้ความว่าผู้ร้องไม่สามารถเอาชำระหนี้จากทรัพย์สินอื่นของจำเลยถือได้ว่าผู้ร้องอ้างในคำร้องแล้วว่าจำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นเป็นเหตุให้ผู้ร้องไม่สามารถเอาชำระหนี้ได้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 290 วรรคสอง ความก่อนนี้จึงเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่าในคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้องในศาลชั้นต้นแล้ว ศาลอุทธรณ์ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งตามรูปคดีจึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3828/2534 นาย สง่า ชัย ชัย กิจ ไทย โจทก์ นาย ประสาท ทรง เจีย ระพานิช ผู้ร้อง นาง วัน ที ท้า ว ดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สง่า ชัย ชัย กิจ ไทย · ผู้ร้อง - นาย ประสาท ทรง เจีย ระพานิช · จำเลย - นาง วัน ที ท้า ว ดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พนม พ่วงภิญโญ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · อุดม มั่งมี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3181/2528ฎีกา 1145/2494ฎีกา 609/2526ฎีกา 1252/2501ฎีกา 271/2549ฎีกา 3808/2526ฎีกา 1990/2519ฎีกา 1623/2537ฎีกา 1776/2512ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 6300/2552ฎีกา 85/2529ฎีกา 1065/2505ฎีกา 5449/2531ฎีกา 591/2513ฎีกา 2842/2549ฎีกา 462/2507ฎีกา 553/2510ฎีกา 482/2519ฎีกา 6278/2560ฎีกา 1254/2503ฎีกา 2224/2514ฎีกา 5749/2553ฎีกา 176/2494
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ