⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 811/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนทรัพย์สินโดยเสน่หาเพื่อหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ แม้ผู้รับโอนจะไม่รู้ถึงข้อเท็จจริงที่ทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ก็อาจถูกเพิกถอนได้ และในชั้นบังคับคดีร้องขัดทรัพย์ ศาลมีอำนาจวินิจฉัยการโอนนั้นได้โดยไม่ต้องให้เจ้าหนี้ไปฟ้องคดีเพื่อเพิกถอนการฉ้อฉลก่อน.

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยโอนทรัพย์ให้ผู้ร้องโดยเสน่หาเพื่อหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ ทำให้โจทก์เสียเปรียบนั้น แม้จะฟังว่าผู้ร้องไม่รู้ถึงข้อความจริงที่ทำให้เจ้าหนี้ต้องเสียเปรียบก็ดี โจทก์ก็ขอให้เพิกถอนการโอนนั้นเสียได้ ในชั้นบังคับคดีร้องขัดทรัพย์นั้น หากโจทก์อ้างว่าผู้ร้องได้ทรัพย์นั้นมาโดยไม่สุจริต เป็นการหลีกเลี่ยงการชำระหนี้โจทก์แล้ว ศาลก็มีอำนาจชี้ขาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 237 ได้โดยไม่ต้องให้โจทก์ไปดำเนินคดีฟ้องร้อง ขอให้ทำลายการโอนหรือเพิกถอนการฉ้อฉลเสียก่อนแต่ประการใด.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ชนะคดีจำเลย จึงบังคับคดียึดเรือน ๑ หลังกับที่ดินปลูกเรือน ๑ แปลงของจำเลยราคาประมาณ ๗,๐๐๐ บาทเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ว่า ทรัพย์ที่ยึดเป็นของผู้ร้อง ได้มาดดยจำเลยทำหนังสือยกให้ จดทะเบียนต่อที่ว่าการอำเภอ เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๐ ผู้ร้องได้ครอบครองตลอดมาจนบัดนี้ ขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์คัดค้านว่า ทรัพย์ที่ยึดเป็นของจำเลย นำไปประกันเงินกู้โจทก์ไว้ ผู้ร้องเป็นบุตรจำเลย หากจะมีการโอนยกให้กันจริง ก็เป็นการโอนโดยไม่สุจริต ฉ้อโกงเพื่อหลีกเลี่ยงการชำระหนี้โจทก์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ ๑๒,๕๐๐ บาท เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๔๙๙ เอาเรือนและที่ดินพิพาทใส่ลงในสัญญากู้เป็นหลักประกัน ต่อมาเดือนตุลาคม ๒๕๐๐ จำเลยโอนทรัพย์พิพาทให้ผู้ร้องตามหนังสือสัญญายกที่ดินให้ฉบับที่ ๓/๒๕๐๐ โดยฝ่ายโจทก์ไม่ทราบเรื่องเลย ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ผู้ร้องอ้างว่าจำเลยโอนทรัพย์พิพาทให้ผู้ร้องโดยสุจริตมีค่าตอบแทนนั้นพยานผู้ร้องเบิกความแตกต่างขัดกันไม่สมเหตุผล ไม่น่าเชื่อว่าจำเลยเป็นหนี้นายจัดนายวันพยานผู้ร้อง และผู้ร้องไปขอเงินตามผู้ร้องมาใช้หนี้นายจัดนายวันแทนจำเลย จำเลยจึงโอนยกเรือนและที่ดินพิพาทให้ผู้ร้องดังศาลชั้นต้นวินิจฉัยมา คดีน่าเชื่อว่าจำเลยโอนทรัพย์พิพาทให้ผู้ร้องโดยไม่สุจริตเพื่อหลีกเลี่ยงการชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ เพราะจำเลยมีหนี้สินมาก ทั้งการโอนทรัพย์พิพาทระหว่างจำเลยกับผู้ร้องเป็นการยกให้โดยเสน่หา แม้จะฟังว่าผู้ร้องไม่รู้เรื่องหนี้สินของจำเลยก็ตาม การที่จำเลยฝ่ายเดียวทราบดีว่าการโอนทรัพย์พิพาทให้ผู้ร้องย่อมทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ เพราะจำเลยไม่มีทรัพย์อื่นใดจะชำระหนี้อีก ก็เป็นการเพียงพอที่โจทก์จะขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๓๗ ได้แล้ว ที่จำเลยฎีกาอีกว่า โจทก์ควรฟ้องจำเลยกับผู้ร้องขอให้ทำลายนิติกรรมการยกให้เสียก่อนนั้น เห็นว่า เรื่องนี้เป็นการพิจารณาชั้นบังคับคดี เจตนารมณ์ของกฎหมายยอมให้ว่ากล่าวกันได้ ศาลมีอำนาจชี้ขาดตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๓๗ ได้ โดยมิพักต้องให้โจทก์ไปดำเนินคดีฟ้องร้องขอให้ทำลายการโอนหรือเพิกถอนการฉ้อฉลเสียก่อนแต่ประการใด พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811/2506 นายเสวต กนกวิจิตร โจทก์ นายสวัสดิ์ ยะกรรฐะ ล. นางบรรจบ ยะกรรฐะ ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเสวต กนกวิจิตร · ล. - นายสวัสดิ์ ยะกรรฐะ · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นางบรรจบ ยะกรรฐะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปากพนัง - นายดำรงค์ อุณหวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายแถม สิริสาลี.
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1099/2550ฎีกา 4676/2557ฎีกา 770/2535ฎีกา 5882/2541ฎีกา 7677/2557ฎีกา 19883/2555ฎีกา 2679/2537ฎีกา 621/2519ฎีกา 886/2515ฎีกา 52/2527ฎีกา 2161/2538ฎีกา 5059/2538ฎีกา 181/2512ฎีกา 7863/2538ฎีกา 5444/2551ฎีกา 1247/2510ฎีกา 684/2488ฎีกา 1016-1018/2477ฎีกา 2345/2540ฎีกา 180/2502ฎีกา 1145/2495ฎีกา 1492/2510ฎีกา 597/2513ฎีกา 541/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา