⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1706/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1706/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนนั้น มีผลผูกพันคู่สัญญา และผู้ซื้อย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนการจดทะเบียนที่ขัดต่อสิทธิของผู้ซื้อได้ หากผู้รับโอนรายต่อมาทราบถึงการซื้อขายก่อนหน้า.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ขายที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่าให้โจทก์แล้วส่งมอบการครอบครองให้ โจทก์ครอบครองตลอดมา เพียงแต่จะไปทำการโอนทางทะเบียนให้ในภายหลังเท่านั้น ต่อมาจำเลยที่ 1 กลับโอนที่พิพาทให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตร จำเลยที่ 2 ได้ขายให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 โดยจำเลยที่ 3 ที่ 4 ทราบว่าโจทก์ซื้อที่พิพาทจากจำเลยที่ 1 แล้ว โจทก์ย่อมฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนขายที่พิพาทระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 ที่ 4 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือสัญญาขายที่นามือเปล่าเฉพาะส่วนที่เป็นสินบริคณห์ของตนให้โจทก์ 5 ไร่ (ทั้งแปลง 24 ไร่)และมอบการครอบครองให้โจทก์ จำเลยที่ 1 ได้รับเงินค่านา 15,000 บาทจากโจทก์ครบถ้วนแล้ว ตามสำเนาสัญญากู้ท้ายฟ้อง และรับรองว่าจะโอนทางทะเบียนแบ่งนาให้ตามที่โจทก์จะเรียกร้อง โจทก์เข้าครอบครองทำกินในที่นาดังกล่าวในฐานะเจ้าของโดยสงบ เปิดเผย และนำสำรวจเสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมาทุกปี ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2511 ด้วยเจตนาฉ้อโกงโจทก์ จำเลยที่ 1 ยินยอมให้จำเลยที่ 2 ผู้เดียวรับมรดกที่นาของนายโน้มผู้ตายหมดทั้งแปลง จำนวน 24 ไร่ รวมทั้งส่วนที่ขายให้โจทก์ด้วย แล้วโอนขายทางทะเบียนให้จำเลยที่ 3 ไป เป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบขอให้ห้ามมิให้จำเลยทั้งสามและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่นาของโจทก์ 5 ไร่เศษ ให้เพิกถอนการโอนที่นาเฉพาะส่วน 5 ไร่ของโจทก์และให้โอนทางทะเบียนให้โจทก์ หากจำเลยไม่ไปทำการโอน ให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา จำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การว่า ที่พิพาทเป็นของนายโน้ม นายโน้มยกให้จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ไม่เคยทำหนังสือสัญญาขายที่ดินให้โจทก์และไม่เคยกู้เงินโจทก์ 15,000 บาท เพียงแต่เคยกู้เงินโจทก์ 2,500 บาท ต่อมาค้างชำระดอกเบี้ยโจทก์จึงให้จำเลยทำสัญญากู้โจทก์คิดดอกเบี้ยทบต้นเป็นเงิน 6,000 บาท และให้โจทก์ทำนา 5 ไร่เศษต่างดอกเบี้ย เอกสารสัญญาซื้อขายและสัญญากู้ท้ายฟ้องปลอม จำเลยที่ 3 ให้การและฟ้องแย้งว่าจำเลยที่ 3 ซื้อที่พิพาทไว้โดยสุจริต และเสียค่าตอบแทน ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาว่าที่ดินเป็นของจำเลยที่ 3 หรือจำเลยที่ 3 มีสิทธิดีกว่าให้ขับไล่โจทก์และบริวารออกไปจากที่พิพาท ห้ามมิให้เกี่ยวข้อง จำเลยร่วมเข้ามาเป็นจำเลยที่ 4 โดยขอให้ถือคำให้การของจำเลยที่ 3 เป็นคำให้การของจำเลยที่ 4 โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่พิพาท เพราะจำเลยที่ 1 สละสิทธิการครอบครองส่งมอบที่ดินให้โจทก์แล้ว การโอนระหว่างจำเลยที่ 3 กับจำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นการฉ้อฉลและไม่สุจริตแม้จะเสียค่าตอบแทนก็ยังไม่ครบถ้วน จำเลยที่ 3 ใช้สิทธิไม่สุจริตจำเลยที่ 3 ยังไม่ได้ครอบครองที่พิพาทจึงยังไม่ได้สิทธิครอบครอง ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์ได้ซื้อที่พิพาทจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ปล่อยให้จำเลยที่ 2 โอนรับมรดกที่พิพาทผู้เดียว แล้วโอนขายให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 ทั้ง ๆ ที่จำเลยที่ 3 ที่ 4 ทราบการซื้อขายของโจทก์อยู่ พิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่นาระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 ที่ 4 เฉพาะที่พิพาท 5 ไร่เศษให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 โอนที่พิพาทให้โจทก์ หากไม่ไปโอน ให้ถือเอาคำพิพากษาแสดงเจตนาของจำเลย ห้ามจำเลยไม่ให้เกี่ยวข้องกับที่พิพาท จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 3 ที่ 4 ทราบดีว่าโจทก์ได้ซื้อที่พิพาท 5 ไร่เศษไว้ก่อนแล้วมีการสอบถามและมีนายประดิษฐ์กำนันมารับรองว่า ก่อนจำเลยที่ 3 จะซื้อที่แปลงพิพาท ได้ไปสอบถามเนื้อที่นาต่อนายประดิษฐ์ นายประดิษฐ์บอกว่าจำเลยที่ 1 ขายให้โจทก์แล้ว 5 ไร่ คงเหลือ 19 ไร่ จำเลยมิได้นำสืบปฏิเสธความข้อนี้ การขอรับมรดกของจำเลยที่ 2 ก็ไม่มีการปิดประกาศ การซื้อขายระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 ที่ 4 ก็ไม่ได้ปิดประกาศ การชำระเงินก็มิได้ชำระครบถ้วนในวันทำสัญญาซื้อขายที่อำเภอ ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยที่ 3 ที่ 4 ทราบดีว่าโจทก์ซื้อที่นาพิพาท 5 ไร่เศษไว้จึงยังไม่ชำระเงินให้ครบถ้วนในวันทำสัญญาซื้อขายการกระทำของจำเลยไม่สุจริต พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1706/2515 นายกลิ่น มีเอี่ยม โจทก์ นางแพว แทนรอด ที่ 1 นางน้า แทนรอด ที่ 2 นายมูล แย้มทัพ ที่ 3 จำเลย จำเลยร่วม จำเลย นางน้ำค้าง แย้มทัพ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายกลิ่น มีเอี่ยม · จำเลย - นางแพว แทนรอด ที่ 1 นางน้า แทนรอด ที่ 2 นายมูล แย้มทัพ ที่ 3 · จำเลย - จำเลยร่วม · จำเลย - นางน้ำค้าง แย้มทัพ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แผ้ว ศิวะบวร · ประสาท สุคนธมาน · ประพนธ์ ศาตะมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 19883/2555ฎีกา 621/2519ฎีกา 3345/2535ฎีกา 886/2515ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 609/2522ฎีกา 817/2490ฎีกา 194/2543ฎีกา 2345/2540ฎีกา 2938/2519ฎีกา 2718/2538ฎีกา 5640/2541ฎีกา 1922/2522ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 5050/2541ฎีกา 6163/2537ฎีกา 635/2511ฎีกา 310/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา