คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1762/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ผู้ร้องขัดทรัพย์วางเงินประกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 วรรคหนึ่ง (1) เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ผู้ร้องขัดทรัพย์จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวไม่ได้ตามมาตรา 226 วรรคหนึ่ง
ย่อคำพิพากษา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 วรรคสอง บัญญัติให้ศาลพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีร้องขัดทรัพย์เหมือนอย่างคดีธรรมดา ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้ร้องขัดทรัพย์วางเงินประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามมาตรา 288 (1) จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นยังไม่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี ผู้ร้องขัดทรัพย์จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวไม่ได้ ต้องห้ามตาม มาตรา 226(1 แม้ศาลอุทธรณ์จะได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องขัดทรัพย์มาแล้วก็เป็นการไม่ชอบผู้ร้องขัดทรัพย์จะฎีกาต่อมาอีกไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องขัดทรัพย์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยทรัพย์ที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้
โจทก์คัดค้าน และยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องขัดทรัพย์ยื่นคำร้องขัดทรัพย์ที่เคลือบคลุม แสดงว่ามีเจตนาประวิงคดีและทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลสั่งผู้ร้องขัดทรัพย์วางเงินประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์สำหรับความเสียหายที่โจทก์อาจได้รับเนื่องจากเหตุเนิ่นช้าในการบังคับคดี
ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้ร้องขัดทรัพย์วางหลักประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์สำหรับความเสียหายที่โจทก์อาจได้รับ จำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท ภายใน ๑๕ วันมิฉะนั้นจะถือว่าไม่ติดใจดำเนินคดี
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ผู้ร้องขัดทรัพย์วางเงินประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ภายในกำหนด ๑๕ วัน นับแต่วันทราบคำพิพากษา ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่ากรณีร้องขัดทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๘ วรรคสอง บัญญัติให้ศาลพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีนั้นเหมือนอย่างคดีธรรมดา ดังนั้นระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้ร้องขัดทรัพย์วางเงินประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๘ (๑) จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อพ้นกำหนด ๑๕ วัน ผู้ร้องขัดทรัพย์มิได้วางเงิน ศาลชั้นต้นก็มิได้สั่งจำหน่ายคดีและต่อมาสั่งให้งดสืบพยายไว้ก่อนเท่านั้น คดียังไม่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี ผู้ร้องขัดทรัพย์จะอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาดังกล่าวไม่ได้ต้องห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา ๒๒๖ (๑) แม้ศาลอุทธรณ์จะได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องขัดทรัพย์มาแล้วก็เป็นการไม่ชอบ ผู้ร้องขัดทรัพย์จะฎีกาต่อมาอีกไม่ได้ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
พิพากษายกฎีกาและยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่ผู้ร้องขัดทรัพย์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามรูปคดี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1762/2530
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์สินเอเซีย จำกัดฯ โจทก์
นาวาอากาศตรีเสน่ห์ พรหมวิวัฒน์ ผู้ร้อง
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ถาวรชัยพืชผล กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์สินเอเซีย จำกัดฯ · ผู้ร้อง - นาวาอากาศตรีเสน่ห์ พรหมวิวัฒน์ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ถาวรชัยพืชผล กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · เสนอ ศรนิยม · ยรรยง อิทธิพงษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายจรัญ หัตถกรรม · ศาลอุทธรณ์ - นายยงยุทธ ธารีสาร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา