⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3860/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3860/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ศาลมีอำนาจอนุญาตให้แก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยในคำฟ้องได้ หากไม่กระทบถึงสาระสำคัญและยื่นก่อนวันชี้สองสถาน * คำสั่งระหว่างพิจารณาที่คู่ความมิได้โต้แย้งคัดค้านไว้ จะต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ * ข้อที่จำเลยไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การ เป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 มิใช่บทบังคับให้ศาลต้องทำการวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายตามคำขอของคู่ความทุกเรื่อง ถ้าเห็นว่าการวินิจฉัยชี้ขาดดังกล่าว ไม่เป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายที่ขอ หรือคดีจำเป็นต้องดำเนินการพิจารณาต่อไป ก็อาจมีคำสั่งให้รอไว้วินิจฉัยในคำพิพากษาได้ ฟ้องเดิมบรรยายว่า "จดทะเบียนโอนมาเป็นของโจทก์ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2520 ตามสำเนาภาพถ่ายเอกสารท้ายฟ้อง" ปรากฏว่าสำเนาภาพถ่ายเอกสารท้ายฟ้อง จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินวันที่ 2 มิถุนายน 2520 โจทก์จึงขอแก้ไขฟ้องก่อนวันชี้สองสถาน เฉพาะวันที่เป็นวันที่ 2 มิถุนายน 2520 ให้ตรงกับความจริงเป็นเรื่องการขอแก้ไขความผิดพลาดเล็กน้อยอันเป็นรายละเอียดแห่งคำฟ้องมิใช่ในสารสำคัญ ศาลมีอำนาจอนุญาตให้แก้ไขได้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 180 การที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้มีการเผชิญสืบสภาพที่พิพาทภายหลังการสืบพยานจำเลยตามคำขอของโจทก์ ซึ่งได้ยื่นภายหลังโจทก์สืบพยานฝ่ายตนเสร็จแล้ว 1 วัน เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาเมื่อจำเลยมิได้โต้แย้งคัดค้านไว้จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 226(2) ข้อที่จำเลยไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.24 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.180 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินรวม ๓ โฉนด พร้อมสิ่งปลูกสร้างอาคารไม่สองชั้นสามหลัง กับห้องไม้เล็ก ๆ สองชั้นอยู่ติดกัน จำเลยอาศัยอยู่ในห้องไม้เล็ก ๆ ดังกล่าวก่อนแล้วโจทก์บอกให้จำเลยทราบว่าหากโจทก์ต้องการใช้ที่ดินและห้องที่ให้จำเลยอาศัยก็ให้จำเลยออกไป ต่อมาโจทก์ตกลงขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดให้นางวรรณีจึงบอกกล่าวให้จำเลยออกไป จำเลยเพิกเฉยเป็นการละเมิดโจทก์ ทำให้ได้รับความเสียหายไม่ได้รับเงินค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและต้องเสียค่าเสียหายให้นางวรรณีอีก ขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายออกไปจากที่ดินและห้องพิพาท กับใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้อาศัยอยู่ในห้องไม้สองชั้นตามฟ้องแต่จำเลยเช่าตึกแถวเลขที่ ๑๘๘ จากนางใหม่ ต่อมานางใหม่ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่นางสาวกนกรัตน์โดยนางสาวกนกรัตน์ รับโอนสิทธิการเช่าดังกล่าวมาด้วยโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยอาศัยอยู่ในห้องแถวไม้สองชั้นในที่ดินของโจทก์ แต่ที่ดินที่โจทก์ตกลงขายให้นางวรรณีเป็นคนละแปลงกับที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย จำเลยไม่ต้องรับผิดเรื่องค่าเสียหาย พิพากษาขับไล่จำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าศาลชั้นต้นไม่วินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายเรื่องฟ้องโจทก์เคลือบคลุมตามคำขอของจำเลยชอบหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔ มิใช่บทบังคับให้ศาลต้องทำการวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายตามคำขอของคู่ความทุกเรื่อง ถ้าศาลเห็นว่าการวินิจฉัยชี้ขาดดังกล่าวไม่เป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายที่ขอหรือคดีจำเป็นต้องดำเนินการพิจารณาต่อไป ก็อาจมีคำสั่งให้รอไว้วินิจฉัยในคำพิพากษาได้ ฟ้องเดิมโจทก์บรรยายว่า "เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยซื้อมาจากนายกัญจน ตั่งทัตสวัสดิ์ เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๒๐ และจดทะเบียนโอนมาเป็นของโจทก์ เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๒๐ ตามสำเนาภาพถ่ายเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๘" ปรากฏว่าสำเนาภาพถ่ายเอกสารดังกล่าวเป็นสัญญาซื้อขายที่มีการจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๒๐ ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องก่อนวันชี้สองสถานขอแก้ไขเป็นว่าได้ซื้อและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๒๐ ให้ถูกต้องตรงกับความจริง ดังนี้เป็นเรื่องของการขอแก้ไขความผิดพลาดเล็กน้อยอันเป็นรายละเอียดแห่งคำฟ้องมิใช่ในสารสำคัญ ศาลมีอำนาจอนุญาตให้แก้ไขได้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘๐ โจทก์สืบพยานฝ่ายตนเสร็จในวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๒๓ วันรุ่งขึ้นโจทก์ยื่นคำแถลงขอให้ศาลออกไปเผชิญสืบสภาพที่พิพาทตามที่โจทก์ระบุอ้างไว้ในบัญชีระบุพยานภายหลังการสืบพยานจำเลย ศาลชั้นต้นพิจารณาคำขอของโจทก์ประกอบคำคัดค้านของจำเลยแล้วสั่งอนุญาตให้มีการเผชิญสืบตามคำขอของโจทก์ คำสั่งเช่นว่านี้เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาจำเลยมิได้โต้แย้งคัดค้านไว้ จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖(๒) ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ข้อที่จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ไว้ในคำให้การ เป็นเรื่องนอกประเด็นและเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3860/2525 นายสมศักดิ์ ประภาศรีสุข โจทก์ นายเจี่ยจือสุง แซ่เจีย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมศักดิ์ ประภาศรีสุข · จำเลย - นายเจี่ยจือสุง แซ่เจีย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิติ บูรพรรณ์ · ประสม ศรีเจริญ · ธรรมสถิตย์ ธีรกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวิทวัส อยู่วัฒนา · ศาลอุทธรณ์ - นายเจริญ แสนเยีย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 163/2491ฎีกา 7980/2551ฎีกา 4884/2543ฎีกา 988/2485ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 685/2550ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3589/2525ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1196/2513ฎีกา 6321/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา