⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7696/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7696/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรย่อมมีสิทธิใช้ประโยชน์ในทางภาระจำยอมที่กันไว้เพื่อเป็นทางเข้าออกสู่ถนนสาธารณะ แม้เจ้าของที่ดินแปลงอื่นจะกรรมสิทธิ์ในทางพิพาทโดยการครอบครองแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

เจ้าของที่ดินเดิมได้แบ่งแยกที่ดินแปลงใหญ่ออกเป็นแปลงย่อยรวม 26 แปลง แล้วจัดสรรขายแก่บุคคลทั่วไปโดยกันที่ดินส่วนที่เป็นทางพิพาท กว้าง 5 เมตร ยาว 80 เมตร เพื่อเป็นทางเข้าออกสู่ถนนสาธารณะของที่ดินแปลงย่อยทุกแปลงและเป็นทางภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรดังกล่าวตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30 โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นผู้ซื้อที่ดินแปลงย่อยที่จัดสรรขายย่อมมีสิทธิใช้ประโยชน์ทางพิพาทได้ แม้โจทก์ที่ 1 มีทางออกสู่ถนนสาธารณะทางอื่นไม่จำเป็นต้องใช้ทางพิพาทและโจทก์ที่ 2 พักอาศัยอยู่ที่อื่นก็ตาม กรณียังไม่อาจถือได้ว่าทางพิพาทนั้นหมดประโยชน์แก่ที่ดินของโจทก์ทั้งสองที่จะใช้ออกสู่ทางสาธารณะ การที่จำเลยก่อสร้างรั้วและประตูลงในทางพิพาทย่อมเป็นการทำให้โจทก์ทั้งสองไม่ได้รับความสะดวก ถือว่าเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวก โจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดที่จำเลยก่อสร้างออกไปเสียจากทางพิพาทได้ สภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับตามคำฟ้องของโจทก์เป็นการขอให้บังคับรื้อถอนรั้วประตูและหลังคาตลอดจนสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ที่กีดขวางออกไปเสียจากทางภาระจำยอม แล้วทำทางภาระจำยอมให้กลับสู่สภาพเดิม แต่โจทก์ทั้งสอง มิได้เป็นเจ้าของผู้ถือกรรมสิทธิ์ในทางภาระจำยอมดังกล่าว และประเด็นข้อพิพาทก็คงมีเพียงว่า จำเลยได้ก่อสร้างรั้ว ประตู และสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ในทางภาระจำยอมหรือไม่เท่านั้น และหากจำเลยได้กรรมสิทธิ์ในทางพิพาทโดยการครอบครอง ทางพิพาทดังกล่าวก็ยังคงเป็นภาระจำยอมสำหรับที่ดินของโจทก์ทั้งสองเช่นเดิม คดีจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยว่า จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในทางพิพาทโดยการครอบครองแล้วหรือไม่ ฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1400

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่รื้อถอนรั้ว ประตูและหลังคาตลอดจนสิ่งของต่าง ๆ ที่กีดขวางออกไปให้พ้นเสียจากทางภาระจำยอม แล้วทำทางภาระจำยอมให้กลับสู่สภาพเดิม หากจำเลยทั้งสี่ไม่ฏิบัติตามให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นผู้รื้อถอนแทนโดยจำเลยทั้งสี่เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๔ ให้การว่า ทางพิพาทไม่ใช่ทางภาระจำยอม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่ทำขึ้นในทางพิพาทกว้างประมาณ ๕ เมตร ยาว ๘๐ เมตร ในที่ดินโฉนดเลขที่ ๙๗๘๙ ตำบลทุ่งมหาเมฆ (สาธร) อำเภอบางรัก กรุงเทพมหานคร ออกจากที่ดินแปลงดังกล่าวพร้อมทั้งทำให้ที่ดินแปลงดังกล่าวมีสภาพดังที่เป็นอยู่เดิม จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เจ้าของที่ดินเดิมได้แบ่งแยกที่ดินแปลงดังกล่าวออกเป็นแปลงย่อยรวม ๒๖ แปลง แล้วจัดสรรขายแก่บุคคลทั่วไปโดยกันที่ดินส่วนที่เป็นทางพิพาท กว้าง ๕ เมตร ยาว ๘๐ เมตร เพื่อเป็นทาง เข้าออกสู่ถนนสาธารณะของที่ดินแปลงย่อยทุกแปลงและเป็นทางภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรดังกล่าวตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๖ ลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ ข้อ ๓๐ โจทก์ทั้งสองผู้ซื้อที่ดินแปลงย่อย ที่เจ้าของเดิมจัดสรรขายย่อมมีสิทธิใช้ประโยชน์ในทางพิพาทได้ และแม้ว่าโจทก์ที่ ๑ จะมีทางออกสู่ถนนสาธารณะ ทางอื่นไม่จำเป็นต้องใช้ทางพิพาทและโจทก์ที่ ๒ พักอาศัยอยู่ที่อื่นก็ตาม กรณียังไม่อาจถือได้ว่าทางพิพาทนั้น หมดประโยชน์แก่ที่ดินของโจทก์ทั้งสองที่จะใช้ออกสู่ทางสาธารณะ การที่จำเลยทั้งสี่ก่อสร้างรั้วและประตูลงใน ทางพิพาทย่อมเป็นการทำให้โจทก์ทั้งสองไม่ได้รับความสะดวก ถือว่าเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวก ฉะนั้นโจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยทั้งสี่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดที่ตนก่อสร้างไว้ในทางพิพาทออกไปเสียจากทางพิพาทได้ ส่วนปัญหาที่จำเลยทั้งสี่ฎีกาอีกข้อว่า จำเลยที่ ๑ ได้กรรมสิทธิ์ในทางพิพาทโดยการครอบครองแล้วหรือไม่นั้น เห็นว่า สภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับตามคำฟ้องของโจทก์เป็นการขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่รื้อถอนรั้ว ประตู และหลังคาตลอดจนสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ที่กีดขวางทางภาระจำยอมออกไปเสียจากทางภาระจำยอมแล้วทำทางภาระจำยอมให้กลับสู่สภาพเดิม โดยที่โจทก์ทั้งสองมิได้เป็นเจ้าของผู้ถือกรรมสิทธิ์ในทางภาระจำยอมดังกล่าว และแม้จำเลยที่ ๔ จะให้การต่อสู้คดีว่าจำเลยที่ ๑ ได้กรรมสิทธิ์ในทางพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์แล้วก็ตาม ประเด็นข้อพิพาทก็คงมีเพียงว่า จำเลยทั้งสี่ได้ก่อสร้างรั้ว ประตู และสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ในทางภาระจำยอมหรือไม่เท่านั้น และหากข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ ได้กรรมสิทธิ์ในทางพิพาทโดยการครอบครองแล้ว ทางพิพาทดังกล่าวก็ยังคงเป็นภาระจำยอมสำหรับที่ดินของโจทก์ทั้งสองเช่นเดิม คดีจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ได้กรรมสิทธิ์ในทางพิพาท โดยการครอบครองแล้วหรือไม่ พิพากษายืน . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7696/2542 นางวงจันทร์ ยุกตะนันทน์ กับพวก โจทก์ นายวิรัตน์ วิวัฒน์สกุลสุข กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางวงจันทร์ ยุกตะนันทน์ กับพวก · จำเลย - นายวิรัตน์ วิวัฒน์สกุลสุข กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพศาล เจริญวุฒิ · อธิราช มณีภาค · พินิจ เพชรรุ่ง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายดิเรก อิงคนินันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 163/2491ฎีกา 4884/2543ฎีกา 4300/2543ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 2320/2543ฎีกา 710/2542ฎีกา 4415/2528ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 377/2536ฎีกา 2520/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา