⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 710/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 710/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การมอบอำนาจให้ดำเนินคดีความโดยทั่วไปย่อมครอบคลุมถึงการฟ้องคดีที่เกิดขึ้นภายหลัง แม้จะไม่ได้ระบุเจาะจงถึงคดีนั้นก็ตาม 2. ผู้ขนส่งต้องรับผิดในความเสียหายของสินค้าที่เกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง 3. ตัวการที่ไม่ได้เปิดเผยชื่อจะอ้างสิทธิเหนือบุคคลภายนอกที่ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไปแล้วไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ตามหนังสือมอบอำนาจของบริษัทโจทก์ที่สำนักงานใหญ่ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา โจทก์มอบให้นาย จ. มีอำนาจเกี่ยวกับการฟ้องหรือต่อสู้คดี และให้มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนสับเปลี่ยนผู้รับมอบอำนาจช่วง นาย จ. มอบอำนาจช่วงให้นาย พ. ฟ้องคดีความทั้งปวงแทนโจทก์ ดังนี้ การมอบอำนาจในลักษณะดังกล่าวแม้มิได้เป็นการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีใดโดยเฉพาะเจาะจง แต่ก็ครอบคลุมถึงการฟ้องคดีนี้ด้วย แม้โจทก์จะได้ใช้หนังสือมอบอำนาจช่วงดังกล่าวฟ้องคดีอื่นก็ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้นำมาฟ้องในคดีนี้อีก โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในการขนส่งสินค้า ที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้ขนส่งสินค้าพิพาท และสินค้าพิพาทเสียหายไปในระหว่างการขนส่ง ดังนี้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ในฐานะผู้ขนส่งต้องรับผิดในค่าเสียหายต่อสินค้าดังกล่าว ทั้งนี้ตามนัย ป.พ.พ. มาตรา 616 เมื่อบริษัท ป. ทำสัญญาประกันวินาศภัยกับโจทก์ในนามตนเอง แม้จำเลยที่ 2 และที่ 3 จะเป็นตัวการไม่เปิดเผยชื่อเข้ามาแสดงตนและเข้ารับเอาสัญญาระหว่างโจทก์กับบริษัท ป. ก็ตาม แต่ก็เป็นการแสดงตนหลังจากโจทก์ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัท ป. ไปแล้ว ดังนี้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นตัวการมิได้เปิดเผยชื่อจะทำให้เป็นที่เสื่อมสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.616 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.806 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.820

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 258,423.26 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 245,460.89 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 245,460.89 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2534 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ประการแรกมีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบโดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 มิได้ฎีกาโต้แย้งว่า ตามหนังสือมอบอำนาจของบริษัทโจทก์ที่สำนักงานใหญ่ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา โจทก์มอบให้นายจิม ดิงโก มิวซีน มีอำนาจเกี่ยวกับการฟ้องหรือต่อสู้คดี และตามข้อ 5 ให้มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนสับเปลี่ยนผู้รับมอบอำนาจช่วง นายจิม ดิงโก มิวซีน มอบอำนาจช่วงให้นายไพบูลย์ จิรายุวัฒน์ ฟ้องคดีความทั้งปวงแทนโจทก์ ดังนี้การมอบอำนาจในลักษณะดังกล่าวแม้มิได้เป็นการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีใดโดยเฉพาะเจาะจง แต่ก็ครอบคลุมถึงการฟ้องคดีนี้ด้วย แม้โจทก์จะได้ใช้หนังสือมอบอำนาจช่วงดังกล่าวฟ้องคดีอื่นก็ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้นำมาฟ้องในคดีนี้อีก หาใช่ยังไม่มีการมอบอำนาจที่แท้จริงดังที่ฎีกา โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปประการที่สองมีว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่นั้น คดีนี้เฉพาะจำเลยที่ 1 เท่านั้นที่ให้การต่อสู้ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยที่ 2 และที่ 3 มิได้ให้การต่อสู้คดีในเรื่องฟ้องเคลือบคลุมไว้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่มีสิทธิฎีกาเพราะเป็นข้อฎีกาที่นอกเหนือคำให้การของตน เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการที่สามมีว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้เพียงว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำเลยที่ 2 และที่ 3 จะหลุดพ้นจากความรับผิดหรือไม่ เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงฟังได้เพียงว่า จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในการขนส่งสินค้า แต่จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้ขนส่งสินค้าพิพาท และสินค้าพิพาทเสียหายไปในระหว่างการขนส่ง จำเลยที่ 2 และที่ 3 ในฐานะผู้ขนส่ง จึงหาได้หลุดพ้นความรับผิดในค่าเสียหายต่อสินค้าดังกล่าวไม่ ทั้งนี้ตามนัยมาตรา 616 ของ ป.พ.พ. ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฟังไม่ขึ้น ส่วนประเด็นที่ว่า สินค้าของบริษัทปัตตานีผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เสียหายครั้งนี้เกิดจากการที่รถบรรทุกสินค้าที่จำเลยที่ 1 ยางระเบิดอันเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่นั้น เห็นว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มิได้ยกเรื่องสินค้าเสียหายเพราะเหตุสุดวิสัยเป็นข้อต่อสู้ในคำให้การ ฎีกาข้อนี้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการที่สี่ตามฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีว่า โจทก์มีสิทธิรับช่วงสิทธิจากบริษัทปัตตานีผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด มาไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 หรือไม่ เห็นว่า เมื่อบริษัทปัตตานีผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ทำสัญญาประกันวินาศภัยกับโจทก์ในนามตนเอง ถึงแม้จำเลยที่ 2 และที่ 3 จะเป็นตัวการไม่เปิดเผยชื่อเข้ามาแสดงตนและเข้ารับเอาสัญญาระหว่างโจทก์กับบริษัทปัตตานีผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ก็ตาม แต่ก็เป็นการแสดงตนหลังจากโจทก์ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัทปัตตานีผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ไปแล้ว ดังนี้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นตัวการมิได้เปิดเผยชื่อ จะทำให้เป็นที่เสื่อมสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกหาได้ไม่? พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 710/2542 บริษัทนิวแฮมพ์เชอร์ อินชัวรันส์ จำกัด โจทก์ นายอดุลย์ แวนิ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทนิวแฮมพ์เชอร์ อินชัวรันส์ จำกัด · จำเลย - นายอดุลย์ แวนิ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมลักษณ์ จัดกระบวนพล · สถิตย์ ไพเราะ · สถิตย์ ไพเราะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประมวล สุขสมพร · ศาลอุทธรณ์ - นายพิชัย คุ้มพงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5692/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8680/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา