⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2700/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2700/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา มีสิทธิยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ได้ก่อนสิ้นระยะเวลาสิบสี่วันนับแต่วันขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สิน โดยไม่จำเป็นต้องรอให้คดีถึงที่สุดก่อน.

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 ได้บัญญัติถึงสิทธิของเจ้าหนี้ที่จะยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ไว้แต่เพียงว่าจะต้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและให้ยื่นคำขอก่อนสิ้นระยะเวลาสิบสี่วันนับแต่วันขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สิน หาได้กำหนดว่าจะต้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเมื่อคดีถึงที่สุดไม่กรณีจึงไม่จำเป็นต้องรอให้คดีถึงที่สุดเสียก่อนเจ้าหนี้ก็มีสิทธิเพื่อที่จะยังให้ได้รับรองคุ้มครองและบังคับตามสิทธิของตนโดยบทบัญญัติของมาตราดังกล่าวได้ เมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์แล้ว โจทก์มิได้โต้แย้งหรือคัดค้านคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ในประเด็นที่ว่า จำเลยยังมีทรัพย์สินอื่นอีกหลายอย่างที่ผู้ร้องสามารถเอาชำระหนี้ได้คดีของโจทก์จึงไม่มีประเด็นในข้อนี้ แม้โจทก์จะได้นำสืบถึงไว้ก็เป็นการนำสืบนอกประเด็น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.290

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีนี้เนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งจำนวนเงินหนึ่งแสนบาทเศษพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ไม่มีทรัพย์สินที่จะยึดเพื่อชำระหนี้ได้ จึงขอเฉลี่ยทรัพย์รายนี้ด้วย โจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้านว่าหนี้ตามคำพิพากษานั้นยังมีข้อโต้แย้ง ยังไม่ถึงที่สุด คดีของจำเลยอาจชนะได้ ขอให้ยกคำร้องจำเลยทั้งสามยื่นคำคัดค้านอ้างเหตุผลเช่นเดียวกับโจทก์และอ้างต่อไปว่า ก่อนจำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรม ได้มอบทรัพย์สินของตนหลายอย่างให้ผู้ร้องกับภรรยาผู้ร้องไว้เป็นประกันหนี้ซึ่งเพียงพอแก่การที่ผู้ร้องจะบังคับเพื่อการชำระหนี้ได้ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ถึงแม้ว่าผู้ร้องจะเป็นเจ้าหนี้ตามพิพากษาที่ยังไม่ถึงที่สุด ผู้ร้องก็มีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์ได้ และผู้ร้องไม่อาจเอาชำระหนี้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยที่ 1 ได้ จึงอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยหนี้ได้ตามคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าหนี้ตามคำพิพากษาของผู้ร้องเป็นหนี้ที่มีข้อโต้แย้ง คดียังไม่ถึงที่สุด ผู้ร้องจึงยังไม่มีสิทธิยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ในระหว่างนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 290 ซึ่งได้บัญญัติถึงการใช้สิทธิของเจ้าหนี้ที่จะยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ไว้แต่เพียงว่าจะต้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา และให้ยื่นคำขอก่อนสิ้นระยะเวลาสิบสี่วันนับแต่วันขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สิน ซึ่งตามความในบทมาตราดังกล่าวหาได้กำหนดว่าจะต้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเมื่อคดีถึงที่สุดไม่ ศาลฎีกาเห็นว่ากรณีไม่จำเป็นต้องรอให้คดีถึงที่สุดเสียก่อนเจ้าหนี้ก็มีสิทธิเพื่อที่จะยังให้ได้รับรองคุ้มครองและบังคับตามสิทธิของตนโดยบทบัญญัติของมาตรานี้ได้ ฎีกาของโจทก์ในปัญหาว่า ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นข้อที่ว่ายังมีทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 1 อีกหลายอย่างที่ผู้ร้องสามารถเอาชำระหนี้ได้ เป็นการวินิจฉัยที่ไม่ชอบนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าตามคำแถลงคัดค้านของโจทก์ โจทก์มิได้โต้แย้งหรือคัดค้านคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ในประเด็นข้อนี้ไว้คดีของโจทก์จึงไม่มีประเด็นในข้อนี้ แม้โจทก์จะได้นำสืบไว้ก็เป็นการนำสืบนอกประเด็นรับฟังไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2700/2520 นางกาญจนา ลีลาวันทนกุล โจทก์ นายประดิษฐ์ จุฑาวนิชกุล ผู้ร้อง นางเพ็กจู แซ่ลี้ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกาญจนา ลีลาวันทนกุล · ผู้ร้อง - นายประดิษฐ์ จุฑาวนิชกุล · จำเลย - นางเพ็กจู แซ่ลี้ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท อังศุสิงห์ · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา · ขจร หะวานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3405/2537ฎีกา 734/2516ฎีกา 5384/2538ฎีกา 3796/2540ฎีกา 388-389/2511ฎีกา 3813/2535ฎีกา 13107/2556ฎีกา 1145/2494ฎีกา 609/2526ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3206/2537ฎีกา 779/2532ฎีกา 685/2550ฎีกา 3808/2526ฎีกา 1623/2537ฎีกา 1415/2540ฎีกา 1776/2512ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2501/2526ฎีกา 3350/2538ฎีกา 369/2522ฎีกา 1969/2515ฎีกา 2752/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา