⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4161/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4161/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหน้าที่ธนาคารผู้มีหน้าที่ตรวจลายมือชื่อลูกค้า ย่อมต้องใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่โดยละเอียดรอบคอบ หากเกิดความเสียหายจากการอนุมัติจ่ายเงินตามเช็คปลอม ถือเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง และไม่สามารถยกเว้นความรับผิดได้ตามกฎหมาย เมื่อความเสียหายเกิดขึ้นจากการกระทำที่ประมาทเลินเล่อของทั้งโจทก์และจำเลย ศาลอาจกำหนดให้จำเลยรับผิดเพียงกึ่งหนึ่งของค่าเสียหายทั้งหมดได้

ย่อคำพิพากษา

มีผู้ลักเช็คของโจทก์ไปปลอมลายมือชื่อโจทก์สั่งจ่ายเงิน 100,000 บาท แล้วนำไปเบิกเงินจากธนาคารจำเลยที่ 3 ซึ่งโจทก์มีบัญชีกระแสรายวันอยู่ จำเลยที่ 1 ผู้ช่วยสมุห์บัญชีและจำเลยที่ 2 ผู้จัดการธนาคารจำเลยที่ 3 มีหน้าที่ตรวจลายมือชื่อลูกค้าอยู่เป็นประจำย่อมมีความชำนาญในการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อของลูกค้ามากกว่าคนธรรมดา ถ้าใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่โดยละเอียดรอบคอบจะต้องทราบว่าลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายในเช็คเป็นลายมือชื่อปลอม แต่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังจึงไม่ทราบและอนุมัติให้จ่ายเงินจากบัญชีของโจทก์ จึงเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์เป็นทั้งละเมิดและผิดสัญญาฝากทรัพย์ซึ่งจำเลยทั้งสามต้องร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ แม้จะมีข้อตกลงยกเว้นความรับผิดของจำเลยไว้ตามหนังสือขอเปิดบัญชีกระแสรายวันก็ตาม จำเลยก็จะอ้างมาปฏิเสธความรับผิดไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 373 หนี้ละเมิดอันจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายมากน้อยเพียงใด ต้องอาศัยพฤติการณ์เป็นประมาณ ข้อสำคัญคือความเสียหายเกิดขึ้นเพราะฝ่ายไหนเป็นผู้ก่อยิ่งหย่อนกว่ากันเพียงไร แม้จำเลยจะมิได้ให้การว่าโจทก์จะต้องร่วมรับผิดด้วยก็ตาม เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์และจำเลยต่างประมาทเลินเล่อด้วยกัน ศาลกำหนดให้จำเลยรับผิดเพียงกึ่งหนึ่งของค่าเสียหายทั้งหมดได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.223 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.373 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.442 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.672

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีบัญชีเงินฝากประเภทกระแสรายวันที่ธนาคารจำเลยที่ ๓ มีผู้ลักเช็คของโจทก์ไปกรอกข้อความและปลอมลายมือชื่อโจทก์สั่งจ่ายเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ช่วยสมุห์บัญชีและจำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการธนาคารจำเลยที่ ๓ มิได้ตรวจลายมือชื่อในเช็คด้วยความระมัดระวังได้จ่ายเงินให้แก่ผู้นำเช็คมาเบิกเงินแล้วหักเงินออกจากบัญชีโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์ประมาทเลินเล่อทำให้เช็คสูญหายและโจทก์ได้ตกลงกับจำเลยที่ ๓ ไว้ก่อนแล้วว่า ถ้าเช็คที่ยังมิได้สั่งจ่ายสูญหายด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของโจทก์ และมีผู้ปลอมลายมือชื่อในเช็คนั้น จำเลยไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามชำระเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ โจทก์และจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะเรื่องดอกเบี้ย โจทก์และจำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า มีผู้ปลอมลายมือชื่อโจทก์สั่งจ่ายเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ในเช็คพิพาทแล้วนำไปเบิกเงินที่ธนาคารจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ อนุมัติให้จ่ายเงิน ศาลฎีกาเห็นว่าลายมือชื่อปลอมและลายมือชื่อตัวอย่างของโจทก์ที่ให้ไว้แก่จำเลยที่ ๓ แม้ดูโดยผิวเผินจะมีส่วนคล้ายคลึงกัน แต่ถ้าตรวจดูอย่างละเอียดรอบคอบแล้วจะเห็นว่าคุณสมบัติในการเขียนและรูปร่างลักษณะตัวอักษรแตกต่างกัน เมื่อคำนึงว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการตรวจลายมือชื่อลูกค้าโดยตรงอยู่ตลอดเวลาจำเลยทั้งสองย่อมมีความชำนาญในการตรวจพิสูจน์ลายมือของลูกค้ามากกว่าคนธรรมดา หากจำเลยทั้งสองได้ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ของตนโดยละเอียดรอบคอบตรวจสอบลายมือชื่อตามควรก็จะต้องทราบว่าลายมือชื่อดังกล่าวเป็นลายมือปลอม การที่จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไม่ใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอจึงเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์จำเลยจะต้องรับผิดในผลของการกระทำละเมิด ซึ่งขณะเดียวกันก็เป็นการไม่ปฏิบัติตามสัญญาฝากทรัพย์ ดังนั้น แม้จะมีข้อตกลงยกเว้นความรับผิดของจำเลยตามหนังสือขอเปิดบัญชีกระแสรายวันก็ตาม เมื่อการกระทำของจำเลยในส่วนที่เป็นการผิดสัญญานี้เป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงจำเลยจะอ้างข้อตกลงดังกล่าวเพื่อปฏิเสธความรับผิดของตนไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๗๓ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่ามาตรา ๑๐๐๘ มิใช่กฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยคู่สัญญาตกลงกันเป็นพิเศษได้ ข้อตกลงล่วงหน้าจึงมีผลบังคับได้นั้น เห็นว่าบทบัญญัติดังกล่าวเป็นเรื่องลายมือชื่อในตั๋วเงินเป็นลายมือปลอมและการให้สัตยาบัน ไม่ใช่เป็นข้อตกลงอย่างของโจทก์จำเลยตามหนังสือขอเปิดบัญชีกระแสรายวัน ซึ่งเป็นคนละกรณีกัน จำเลยทั้งสามจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยทั้งสามไม่ได้ต่อสู้ว่าโจทก์จะต้องร่วมรับผิดด้วย การที่ศาลล่างวินิจฉัยให้โจทก์ร่วมรับผิดกับจำเลยจึงไม่ชอบนั้น เห็นว่า แม้จำเลยจะมิได้ให้การว่าโจทก์จะต้องร่วมรับผิดด้วยก็ตาม แต่ว่าหนี้ละเมิดอันจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ฝ่ายผู้เสียหายมากน้อยเพียงใดนั้น ต้องอาศัยพฤติการณ์เป็นประมาณข้อสำคัญก็คือว่าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะฝ่ายไหนเป็นผู้ก่อยิ่งหย่อนกว่ากันเพียงไร กรณีนี้โจทก์จำเลยต่างขาดความระมัดระวังด้วยกัน ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยให้จำเลยทั้งสามรับผิดต่อโจทก์เป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ บาทนั้น ชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4161/2532 นายฉั่ว แซ่เตีย โจทก์ นายอำนาจ สังขวาสี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายฉั่ว แซ่เตีย · จำเลย - นายอำนาจ สังขวาสี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · นาม ยิ้มแย้ม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายก้าน อันนานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประมาณ ชันซื่อ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7903/2568ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 307/2513ฎีกา 713/2512ฎีกา 4484/2536ฎีกา 226/2532ฎีกา 1003/2521ฎีกา 2404/2530ฎีกา 960/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา