⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 418-419/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418-419/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขับรถโดยประมาทเลินเล่อจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่น ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ขับรถที่มีความสูงกว่าปกติออกจากปั๊มน้ำมัน ลอดสายเคเบิลโทรศัพท์ที่ขึงพาดอยู่บนเสาโทรเลขตามแนวถนนหน้าปั๊มน้ำมันด้วยการเร่งเครื่องยนต์ ทำให้รถพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็ว ล้อรถปีนขึ้นบนคานคอนกรีตหน้าปั๊มน้ำมันอันทำกันไว้มิให้เป็นทางรถเข้าออกท้ายรถซึ่งสูงกว่าปกติจึงกระดอนสูง จนเหล็กประกับรูปตัวยู (U) ที่ติดอยู่บนโครงไม้ท้ายรถอันเป็นส่วนที่สูงที่สุดของรถเกี่ยวเอาสายเคเบิลโทรศัพท์ของโจทก์ที่ 2 ดึงลากไปเป็นเหตุให้เสาโทรเลขของโจทก์ที่ 1 ที่พาดอยู่หักและล้ม ดังนี้ ถือว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์บรรยายว่าจำเลยที่ 1 ขับรถที่ต่อโครงไม้สูงขึ้นไปมากกว่าปกติลอดผ่านเคเบิลโทรศัพท์โดยประมาทไม่ดูแลเสียก่อน การที่โจทก์นำสืบถึงความประมาทเพราะจำเลยที่ 1 ขับรถปีนคานคอนกรีตด้วยเป็นการนำสืบในประเด็นเรื่องความประมาทเลินเล่อในการขับรถของจำเลยที่ 1 หาเป็นการสืบนอกฟ้องไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.185 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องเป็นใจความว่าวันเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ ลูกจ้างในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ได้ขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ ที่ต่อขยายช่วงความยาวออกและต่อโครงไม้ท้ายรถสำหรับติดแขวนลูกรอกไว้สูงจากพื้นดิน ๓.๘๕ เมตร กับติดเหล็กประดิษฐ์กับรูปตัวยู (U) บนโครงไม้ท้ายรถขึ้นไปอีก ๕ เซนติเมตร รวมสูงถึง ๓.๙๐ เมตร ซึ่งยังมิได้ผ่านการตรวจสภาพและมิได้รับอนุญาตให้นำออกใช้เป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบก และด้วยความประมาท ขับลอดผ่านใต้สายเคเบิลโทรศัพท์ซึ่งขึงอยู่ปกติตามแนวถนนตรงหน้าปั๊มน้ำมัน โดยไม่ดูว่าจะผ่านลอดไปได้หรือไม่เป็นเหตุให้ท้ายรถเกี่ยวเอาสายเคเบิลพร้อมด้วยสายสะพานขององค์การโทรศัพท์ฯ โจทก์ที่ ๒ พาดึงไปจนขาดชำรุดเสียหายเป็นเงิน ๑๐,๐๖๑.๒๐ บาท และพาเอาเสาโทรเลขของกรมไปรษณีย์โทรเลขโจทก์ที่ ๑ ซึ่งโจทก์ที่ ๒ ขออาศัยพาดขึงสายเคเบิลอยู่ล้มหักเสียหายเป็นเงิน ๕,๕๒๐ บาท ขอให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองสำนวนให้การทำนองเดียวกันว่าเหตุที่เกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่อของพนักงานของโจทก์ที่ ๒ ซึ่งทำการซ่อมสายเคเบิลเป็นเหตุให้สายหย่อนกว่าระดับปกติ โดยมิได้ทำเครื่องหมายหรือสัญญาณอันตรายไว้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าเหตุเกิดขึ้นหาใช่ความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ ๑ ไม่พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเหตุเกิดขึ้นเนื่องจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ ๑ พิพากษากลับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองสำนวนฎีกา ในปัญหาที่ว่าเหตุเกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ ๑ หรือไม่นั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ารถคันเกิดเหตุต่อช่วงความยาวออกต่อโครงไม้ท้ายรถสำหรับติดแขวนลูกรอก กับติดเหล็กประกับรูปตัวยู (U) บนโครงไม้รวมความสูง ๓.๙๐ เมตร วันเกิดเหตุเวลาประมาณ ๑๑.๐๐ น. จำเลยที่ ๑ ขับรถมาแวะเติมน้ำมัน และขับออกถนนเพื่อไปรับจ้างด้วยการเร่งเครื่องยนต์เป็นเหตุให้รถพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็ว ล้อรถปีนขึ้นบนคานคอนกรีตหน้าปั๊มน้ำมันอันทำกันไว้มิให้เป็นทางรถเข้าออก ท้ายรถซึ่งสูงกว่าปกติจึงกระดอนสูงจนเหล็กประกับเกี่ยวสายเคเบิลโทรศัพท์ดึงลากไป เป็นเหตุให้เสาโทรเลขที่สายพาดอยู่หักและล้ม อันเป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลย ส่วนที่จำเลยฎีกาโต้แย้งว่า ฟ้องของโจทก์บรรยายอ้างเหตุอื่นเป็นมูลฟ้องละเมิด ไม่มีข้อความว่าเพราะขับผ่านคานคอนกรีต เป็นการสืบนอกฟ้องนั้น เห็นว่าฟ้องโจทก์บรรยายว่าจำเลยที่ ๑ ขับรถที่ต่อโครงไม้สูงขึ้นไปมากกว่าปกติลอดผ่านสายเคเบิลโทรศัพท์โดยประมาทไม่ดูแลเสียก่อน การที่โจทก์นำสืบถึงความประมาทเพราะขับรถปีนคานคอนกรีตด้วยดังกล่าว จึงเป็นการนำสืบในประเด็นเรื่องประมาทเลินเล่อในการขับรถของจำเลย หาเป็นการนอกฟ้องไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418 - 419/2518 กรมไปรษณีย์โทรเลข โดยนายประสิทธิ์ สุรสิทธิ์ อธิบดี โจทก์ นายแดง จุมากุล ที่1 กับพวกรวม 2 คน ล. องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย โดยนายรังษี ชูศิลป์ทอง ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายแดง จุมากุล ที่1 กับพวกรวม 2 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมไปรษณีย์โทรเลข โดยนายประสิทธิ์ สุรสิทธิ์ อธิบดี · ล. - นายแดง จุมากุล ที่1 กับพวกรวม 2 คน · โจทก์ - องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย โดยนายรังษี ชูศิลป์ทอง ผู้รับมอบอำนาจ · ล. - นายแดง จุมากุล ที่1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม จาละ · สงวน สิทธิไชย · ปรีชา สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยะลา - นายทวิช กำเนิดเพ็ชร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวชิระ รัตนสิงห์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 6105/2531ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 307/2513ฎีกา 2709/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา