คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2679/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากการเนิ่นช้าในการบังคับคดีอันเกิดจากการยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึด ทำให้ทรัพย์ที่ยึดได้ราคาต่ำลง โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา สามารถบังคับชำระค่าสินไหมทดแทนจากเงินที่ผู้ร้องวางไว้เป็นประกันได้ โดยไม่ต้องฟ้องคดีใหม่
ย่อคำพิพากษา
ในกรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดวางเงินเพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไว้ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 288 (1) นั้น เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำร้องในคดีนั้นว่าเพราะเหตุเนิ่นช้าในการบังคับคดีอันเกิดแต่การยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ของผู้ร้องทำให้ขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดได้ราคาต่ำไป ขอให้บังคับผู้ร้องใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายของโจทก์ ศาลชั้นต้นก็ชอบที่จะต้องไต่สวนเสียก่อนว่าเป็นความจริงหรือไม่ หากเป็นความจริงตามที่โจทก์กล่าวอ้างในคำร้องและเงินที่วางไว้เป็นประกันดังกล่าวเพียงพอที่จะชำระค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ได้ตามคำร้อง โจทก์ก็ชอบที่จะบังคับชำระเอาค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายของโจทก์จากเงินประกันที่ผู้ร้องวางไว้ได้โดยไม่จำต้องไปฟ้องเรียกร้องเอาค่าเสียหายจากผู้ร้องเป็นคดีใหม่ต่างหาก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ๓๖ นางเกษร อันตรเสน · ผู้ร้อง - ๗ นายสถาพร เกียรติอนันชัย · จำเลย - นางเอก คงดำ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สังเวียน รัตนมุง · สมชาย รังสิกรรพุม · ชลอ บุณยเนตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพัทลุง - นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายอธิราช มณีภาค |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา