⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1188/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1188/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้ยอมยกทรัพย์สินให้แก่ผู้ให้กู้แทนการชำระหนี้ แม้จะยังมิได้จดทะเบียนให้สมบูรณ์ ก็ถือว่าผู้ให้กู้มีสิทธิครอบครองทรัพย์สินนั้นโดยชอบด้วยกฎหมาย และลูกหนี้จะฟ้องเรียกทรัพย์สินคืนไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

กู้เงินกันแล้วภายหลังลูกหนี้ยอมยกที่บ้านที่สวนให้แก่ผู้ให้กู้แทนการชำระหนี้นั้นย่อมกระทำได้ตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 321 ในกรณีเช่นนี้ แม้จะยังมิได้จดทะเบียนให้สมบูรณ์ และยังครอบครองไม่ถึง 10 ปี ก็หาใช่เป็นการยึดถือครอบครองโดยปราศจากสิทธิไม่ลูกหนี้จะใช้สิทธิตามมาตรา 1336 ติดตามเรียกทรัพย์คืนไม่ได้เพราะสิทธิติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจะกระทำได้แก่บุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือ เท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.321 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณ ๘ ปีมานี้ ได้กู้เงินจำเลย ๑๔๕ บาท แล้วมอบที่นาที่บ้านให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย บัดนี้โจทก์ขอไถ่จำเลยไม่ยอมจึงฟ้องขอไถ่ จำเลยต่อสู้ว่า ครบกำหนดสัญญากู้แล้ว โจทก์ไม่มีเงินไถ่จึงยกที่ให้เป็นสิทธิแก่จำเลย ๆ ปกครองเป็นเจ้าของทำ ๗ ปีเศษแล้ว ศาลชั้นต้นฟังว่าโจทก์มอบที่พิพาทให้จำเลยแทนการชำระหนี้ และจำเลยได้ครอบครองมาหลายปีแล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยไ้ดสิทธิฉะเพาะที่นาแต่สำหรับที่บ้าน จำเลยเพิ่งครอบครองมาได้เพียง ๗ ปีเท่านั้นยังหาได้กรรมสิทธิไม่ จึงพิพากษาแก้ให้จำเลยคืนที่บ้านแก่โจทก์และรับเงิน ๑๐๐ บาทจากโจทก์นอกนั้นยืน โจทก์, จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาว่าโจทก์ยอมยกที่นาและที่สวนให้แก่จำเลยแทนการชำระหนี้เงินกู้ และจำเลยครอบครองมาโดยเจตนาเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย ๘-๙ ปีแล้ว ซึ่งถูกต้องตามคำพยานหลักฐานในสำนวนแล้ว สำหรับนารายพิพาทเป็นที่ไม่มีหนังสือสำหรับที่ดิน โจทก์สละสิทธิแห่งการครอบรองให้แก่จำเลยมาเป็นเวลา ๘-๙ ปีแล้ว จำเลยย่อมได้สิทธิแห่งการครอบครองตามกฎหมาย ส่วนที่ส่วนที่บ้าน แม้การเข้าครอบครองยังไม่ครบ ๑๐ ปีก็ดี แต่ทว่าการที่ยอมยกที่บ้านที่สวนให้แก่จำเลยแทนการชำระหนี้เช่นนี้ ย่อมทำได้ตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๓๒๑ หากแต่ยังมิได้จดทะเบียนให้สมบูรณ์เท่านั้น หาใช่เป็นการยึดถือครอบครองโดยปราศจากสิทธิไม่ มาตรา ๑๓๓๖ สิทธิติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจะกระทำได้แต่บุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือเท่านั้น จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1188/2493 นางเอก ทิสันเทียะ โจทก์ นายอิน หวังประสพกลาง ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเอก ทิสันเทียะ · ล. - นายอิน หวังประสพกลาง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปริญญา · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายประสาท สุคนธมาน · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 1452/2511ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 3345/2535ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1052/2509ฎีกา 194/2543ฎีกา 967/2491ฎีกา 377/2536ฎีกา 2718/2538ฎีกา 5640/2541ฎีกา 8364/2544ฎีกา 2207/2524ฎีกา 3329/2550ฎีกา 4832/2536ฎีกา 805/2506ฎีกา 1008/2510ฎีกา 3297/2534ฎีกา 6663/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา