⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 249/2495

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 249/2495

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิในการเช่าทรัพย์สินที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำขึ้นในระหว่างสมรส โดยไม่เกี่ยวกับสินส่วนตัวของฝ่ายนั้น ถือเป็นสิทธิร่วมกันของคู่สมรส แม้จะมีการหย่าขาดจากกันแล้วก็ตาม หากมิได้มีการตกลงกันเป็นประการอื่น และยังคงครอบครองทรัพย์สินนั้นอยู่ร่วมกัน

ย่อคำพิพากษา

ภรรยาเกิดระหองระแหงกับสามี จึงแยกไปทำสัสญญาเช่าตึกในนามของภรรยา และอยู่ในตึกรายนี้ แต่ต่อมาได้คืนดีกัน และสามีได้มาอยู่รวมในตึกรายนี้ด้วย ภายหลังจึงได้ตกลงทำหนังสือหย่าขาดจากกัน แต่สามีก็ยังคงอยู่ในตึกรายนี้ด้วยตลอดมา ดังนี้ แม้สัญญาจะทำในนามของภรรยา แต่ขณะนั้นยังมิได้หย่าขาดจากัน และการทำสัญญาเช่าก็ไม่เกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนตัวของภรรยา ฉะนั้นสิทธิตามสัญาเช่านี้ จึงเป็นสิทธิร่วมกันระหว่างสามีภรรยา เมื่อตกลงทำสัญญาหย่ากัน มิได้ตกลงในเรื่องสิทธิการเช่ารายนี้ประการแล้ว และทั้งสองฝ่ายยังครอบครองอยู่ด้วยตลอดมา จึงยังเป็นสิทธิร่วมกันอยู่ ภรรยาจะมาฟ้องขับไล่สามีให้ออกไปจากตึกเช่า ยังไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.101 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.298 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.302 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1466

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเคยเป็นสามีภรรยากันมาโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อเดือนตุลาคม ๒๔๙๑ โจทก์ได้ฟ้องขอหย่ากับจำเลยต่อศาลแพ่ง แต่ศาลยังมิทันพิจารณษ โจทก์จำเลยได้ทำหนังสือหย่ากันเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๔๙๑ เมื่อหย่ากันแล้ว จำเลยขออาศัยโจทก์อยู่ในตึกเลขที่ ๑๙/๕๑ และเลขที่ ๑๘/๙๓ ตำบลท่าพระจันทร์ตึกสองห้องนี้ โจทก์มีกรรมสิทธิ์ เป็นผู้เช่าจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริยื บัดนี้โจทก์ต้องการตึกนี้ทำประโยชน์การค้าขาย ได้บอกจำเลยให้ออกหลายครั้งจำเลยไม่ยอมออก จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยต่อสู่ว่าโจทก์ทำสัญญาเช่าอแทนจำเลยในฐานะจำเลยเป็นหัวหน้าครอบครัว ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาท แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว คดีฟังได้ว่า เมื่อโจทก์จำเลยเกิดระหองระแหงกันขึ้น โจทก์จึงแยกไปทำสัญญาเช่าตึกพิพาทในนามของโจทก์และแยกไปอยู่ในตึกรายนี้ แต่ต่อมาได้คืนดีกัน และจำเลยได้มาอยู่ร่วมในตึกรายนี้ด้วย ภายหลังจึงได้คืนดีกัน และจำเลยได้มาอยูร่วมในตึกรายนี้ด้วย ภายหลังจึงได้ตดลงทำหนังสืออย่าขาดจากกัน แต่จำเลยก็ยังคงอยู่ในตึกรายนี้ด้วย ตลอดมาดังนี้ จึงเห็นได้ว่าการที่โจทก์ไป ทำสัญญาเช่ารายนี้ แม้กจะทำในนามของโจทก์และใช้นามสกุลเดิมก็ดี แต่ขณะนั้นโจทก์ยังเป็นกริยาจำเลยอยู่มิได้หย่าขาด จากกกันและการทำสัญญาเช่านี้ ไม่เกี่ยวแก่ทรัพย์สินส่วนตัวของโจทก์จำเลย หาใช่สิทธิส่วนตัวของโจทก์ไม่ เมื่อภายหลังโจทก์จำเลยทำสัญญาหย่ากัน ก็มิได้ตกลงในเรื่องสิทธิการเช่านี้ประการใด และจำเลยก็ยังคอรบครองอยู่ด้วยตลอดมาจึงยังคงเป็นสิทธิร่วมกันอยู่ โจทก์จะขับไล่จำเลยออกไปยังไม่ได้ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 249/2495 นางพยง พาดสายกุล โจทก์ นายชม เปลี่ยวเปล่า จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางพยง พาดสายกุล · จำเลย - นายชม เปลี่ยวเปล่า
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาถปรีชา · นาถปรีชา · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - หลวงสุทธิพากย์วิบูล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงมนูเทศวิมลภัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 608/2491ฎีกา 576/2540ฎีกา 1431/2492ฎีกา 734/2516ฎีกา 1523/2535ฎีกา 2505/2524ฎีกา 422/2535ฎีกา 2763/2551ฎีกา 1798/2506ฎีกา 4193/2530ฎีกา 933/2496ฎีกา 2113-2114/2530ฎีกา 271-272/2485ฎีกา 306/2493ฎีกา 6239/2551ฎีกา 948/2501ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 3785/2545ฎีกา 3496/2535ฎีกา 370/2506ฎีกา 370/2518ฎีกา 1627/2505ฎีกา 1036/2506ฎีกา 3193/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา