คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2821/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีการบอกเลิกสัญญา คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม และฝ่ายที่บอกเลิกสัญญาต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่ฝ่ายที่ไม่ได้ผิดสัญญาตามควรค่าแห่งการนั้น ๆ โดยไม่ต้องคำนึงว่าฝ่ายที่บอกเลิกสัญญาจะเป็นฝ่ายผิดสัญญาหรือไม่
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์ก่อสร้างอาคาร เมื่อโจทก์ลงมือก่อสร้างไปบ้างแล้ว โจทก์ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา กรณีเช่นนี้คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 ส่วนการงานที่โจทก์ได้ทำไปแล้ว จำเลยต้องชดใช้คืนด้วยการใช้เงินตามควรค่าแห่งการนั้น ๆ โดยไม่ต้องคำนึงว่าคู่สัญญาฝ่ายที่บอกเลิกสัญญาจะเป็นฝ่ายผิดสัญญาหรือไม่ เว้นแต่ค่าเสียหายจะเรียกได้เฉพาะฝ่ายที่ไม่ได้ผิดสัญญา เพราะผลงานที่โจทก์ทำให้จำเลยไปแล้วในขณะที่บอกเลิกสัญญาย่อมเป็นประโยชน์แก่จำเลยโดยตรง เมื่อผู้อื่นรับจ้างก่อสร้างอาคารต่อไป ผู้รับจ้างรายใหม่ก็ใช้ผลงานที่โจทก์ทำไว้แล้วต่อไปได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทวรกิจ จำกัด · จำเลย - การไฟฟ้านครหลวง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุวัฒน์ รัตรสาร · จันทร์ ระรวยทรง · สุไพศาล วิบุลศิลป์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา