⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3518/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3518/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีสิ้นสุดลงโดยไม่มีการต่ออายุ คู่กรณีต้องหักทอนบัญชี และเจ้าหนี้จะคิดดอกเบี้ยทบต้นต่อไปไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีและการต่ออายุสัญญาทั้งสี่ครั้งได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้แน่นอนในวันสุดท้ายของอายุสัญญาทุกครั้งเมื่อครบกำหนดอายุสัญญาครั้งสุดท้ายแล้วจำเลยมิได้เบิกเงินหรือนำเงินเข้าบัญชีอีก พฤติการณ์ของคู่กรณีที่ปฏิบัติต่อกันแสดงให้เห็นว่าเจตนาได้ว่า หากไม่มีการต่ออายุสัญญาออกไป ก็ให้ถือว่าให้เลิกสัญญากันเมื่อสิ้นสุดอายุสัญญาโดยไม่จำต้องมีการบอกเลิกสัญญาอีก จึงต้องหักทอนบัญชีเมื่อครบกำหนดอายุสัญญาครั้งสุดท้ายโจทก์จะคิดดอกเบี้ยทบต้นต่อไปมิได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.655 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.856

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์ กำหนดส่งดอกเบี้ยเป็นรายเดือน หากผิดนัดยอมให้คิดดอกเบี้ยทบต้นครั้นเมื่อครบกำหนดชำระหนี้จำเลยไม่ชำระให้เสร็จสิ้น แต่ได้ต่อสัญญาออกไปอีก ๔ ครั้งครั้งละ ๖ เดือน ต่อมาโจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยกู้เบิกเงินเกินบัญชีต่อไปได้ทวงถามให้ชำระหนี้ แต่จำเลยไม่ชำระจึงขอให้บังคับจำเลยร่วมกันชำระเงิน ๑๐๓,๑๑๑.๗๗ บาทแก่โจทก์ จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ รวมทั้งต่อสู้ว่าสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีสิ้นสุดลงในวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๑๒ โจทก์จะคิดดอกเบี้ยทบต้นต่อไปไม่ได้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นได้เพียง วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๑๒ พิพากษาให้จำเลยร่วมกันชำระเงิน ๒๖,๘๑๕.๗๖ บาทแก่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นได้ถึงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒ อันเป็นวันที่โจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยร่วมกันชำระเงิน ๑๐๑,๒๔๐.๑๑ บาทแก่โจทก์ จำเลยฎีกาขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ ๑ ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์แล้วทำการเบิกเงินและนำเงินเข้าบัญชีหักกลบลบกัน เป็นความผูกพันในลักษณะของสัญญาบัญชีเดินสะพัด ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีและการต่ออายุสัญญาทั้ง ๔ ครั้งได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้แน่นอนในวันสุดท้ายของอายุสัญญาทุกครั้งโดยทำหลักฐานกันไว้เป็นหนังสือ เมื่อครบกำหนดอายุสัญญาครั้งสุดท้ายในวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๑๒ แล้วจำเลยที่ ๑ มิได้เบิกเงินหรือนำเงินเข้าบัญชีอีก ศาลฎีกาเห็นว่าพฤติการณ์ของคู่กรณีที่ปฏิบัติต่อกันแสดงให้เห็นเจตนาได้ว่า หากไม่มีการต่ออายุสัญญาออกไปก็ให้ถือว่าเลิกสัญญากันเมื่อสิ้นสุดอายุสัญญา โดยไม่จำต้องมีการบอกเลิกสัญญาอีกจึงต้องหักโอนบัญชีเมื่อครบกำหนดอายุสัญญาครั้งสุดท้ายดังกล่าวข้างต้น โจทก์จะคิดดอกเบี้ยทบต้นต่อไปมิได้ คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๗๒๘/๒๕๑๗และที่ ๒๔๓๓/๒๕๑๙ ที่โจทก์อ้างในคำแก้ฎีกา ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ฎีกาจำเลยทั้งสี่ฟังขึ้น พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3518/2524 ธนาคารมหานคร จำกัด โจทก์ นายฮั้งฮิม แซ่เฮ้ง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารมหานคร จำกัด · จำเลย - นายฮั้งฮิม แซ่เฮ้ง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสม ศรีเจริญ · เพียร ศรีอรุณ · กิติ บูรพรรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสมัคร สังวรราชทรัพย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 608/2491ฎีกา 1042/2531ฎีกา 3796/2540ฎีกา 1862/2518ฎีกา 5852/2531ฎีกา 472/2526ฎีกา 591/2531ฎีกา 2494/2553ฎีกา 2821/2522ฎีกา 2409/2551ฎีกา 425/2520ฎีกา 654/2541ฎีกา 8477/2540ฎีกา 1077/2527ฎีกา 6239/2551ฎีกา 763/2484ฎีกา 42/2516ฎีกา 1397/2544ฎีกา 8294/2538ฎีกา 2940/2543ฎีกา 1961/2544ฎีกา 5434/2536ฎีกา 6052/2537ฎีกา 1690/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา