คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 33/2502
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัวในหนี้ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบของทางราชการ หากไม่ได้กระทำการนอกเหนือขอบเขตแห่งหน้าที่นั้น
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเพียงแต่เซ็นในใบยืมตามหน้าที่และภายในขอบเขตแห่งหน้าที่ของตนตามระเบียบแบบแผนของทางราชการเพื่อให้งานได้ดำเนินไปได้โดยเรียบร้อย จำเลยไม่ได้เกี่ยวข้องอย่างใดกับเงินนั้นเลย โดยประธานกรรมการมอบหมายหน้าที่ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการคลังควบคุมเงินจำนวนนี้เอาไปดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ขององค์การสรรพาหาร ถือว่าจำเลยมิได้อยู่ในฐานะของผู้ยืมตามกฎหมาย และจำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์เป็นส่วนตัว แต่ถ้าจำเลยกระทำการนอกเหนือหน้าที่ของตน จำเลยก็ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อครั้งจำเลยทำงานอยู่องค์การสรรพาหาร สำนักคณะรัฐมนตรี มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายเนื้อสัตว์ ได้ยืมเงินซึ่งใช้ในราชการองค์การสรรพาหารไปจากเจ้าหน้าที่ของโจทก์ ๒ ครั้ง ครั้งแรก ๕๐๐ บาทเพื่อทดรองจ่ายในราชการลับแผนกปราบปราม โดยมอบให้นายบุญชูรับเงินนั้นไปตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้อง ครั้งหลัง ๒๘๐,๐๐๐ บาท เพื่อจัดซื้อโคและสุกรทางภาคอีสาน โดยมอบให้นายชินตัวแทนของจำเลยรับเงินไปตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้อง และได้ส่งใช้บางส่วนแล้ว ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้ยุบองค์การสรรพาหาร ขอให้จำเลยใช้เงินที่ค้าง ๓๖,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยต่อสู้ว่า กระทำไปในหน้าที่ราชการขององค์การ ไม่เคยได้รับเงินหรือเกี่ยวข้องในการจ่ายเงินดังกล่าว ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๕๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย
โจทก์จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยมิได้ยืมเงินทั้งสองจำนวนนี้ เพื่อประโยชน์ส่วนตัวของจำเลยเอง หากเป็นการเซ็นใบยืมเงินในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายเนื้อสัตว์ขององค์การสรรพาหารในสังกัดของโจทก์เอง มีปัญหาว่า จำเลยจะต้องรับผิดเป็นส่วนตัวเพียงใดหรือไม่.
สำหรับเงินยืมราย ๕๐๐ บาท ฟังว่าจำเลยกระทำการนอกเหนือหน้าที่ของตน ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว
ส่วนเงินยืมราย ๒๘๐,๐๐๐ บาท ฟังว่าจำเลยเพียงแต่เซ็นใบยืมตามหน้าที่และภายในขอบเขตแห่งหน้าที่ของตน ชอบด้วยระเบียบแบบแผนของทางราชการ เพื่อให้งานได้ดำเนินไปได้โดยเรียบร้อย จำเลยไม่ได้เกี่ยวข้องอย่างใดกับเงินจำนวนนี้เลย โดยประธานกรรมการมอบหมายหน้าที่ให้นายชินเจ้าหน้าที่ฝ่ายการคลังควบคุมเงินจำนวนนี้เอาไปดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ขององค์การสรรพาหารตลอดมา พฤติการณ์ที่ปรากฏ แสดงว่าทุกฝ่ายรู้ดีอยู่ว่า จำเลยเพียงแต่เป็นคนเซ็นใบยืมตามหน้าที่เพื่อการดำเนินงานของโจทก์เท่านั้น ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยมิได้อยู่ในฐานะของผู้ยืมตามกฎหมาย และไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์เป็นส่วนตัว
พิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์เฉพาะเรื่องเงิน ๕๐๐ บาท ให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 33/2502
สำนักคณะรัฐมนตรี โจทก์
นายอุไภย พินทุโยธิน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - สำนักคณะรัฐมนตรี · จำเลย - นายอุไภย พินทุโยธิน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วุฒินัยเนติศาสตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสวิง ลัดพลี · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิมนต์นฤนาท |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา