⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 847/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 847/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงเรื่องการหักลบหนี้ที่เกิดขึ้นต่างหากจากสัญญากู้เงิน สามารถนำมาสืบพยานเพื่อหักล้างหนี้ตามสัญญากู้ได้ แม้จะไม่ได้ทำเป็นหนังสือ.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญากู้เงินไปจากโจทก์แล้วไม่ชำระ จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ขายที่ดินให้จำเลยจำเลยชำระราคายังไม่ครบ เงินจำนวนที่ยังค้างอยู่นั้น โจทก์ให้จำเลยทำสัญญากู้ตามฟ้องให้โจทก์ไว้ โดยตกลงกันด้วยปากเปล่าว่าเมื่อจำเลยทำถนนในที่ดินนั้นแล้ว โจทก์จะช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ครึ่งหนึ่ง จะคิดหักเงินให้เมื่อทำเสร็จแล้ว ต่อมาจำเลยได้ออกโฉนดและทำถนนเสร็จแล้ว เมื่อคิดหักเงินส่วนที่โจทก์จะต้องออกให้แล้วจำเลยยังคงเป็นหนี้โจทก์น้อยกว่าจำนวนที่ฟ้องข้อตกลงเช่นนี้กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องทำเป็นหนังสือและเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหากจากสัญญากู้ การที่จะขอสืบพยานเรื่องข้อตกลงนี้จึงไม่เป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญากู้ และหนี้ดังกล่าวนี้ไม่อยู่ในลักษณะที่ไม่เปิดซองให้หักลบกันได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.341 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์ไป ๑๐,๐๐๐ บาท จะให้ดอกเบี้ยตามกฎหมายครบกำหนดแล้วไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยเลย ขอให้บังคับ จำเลยให้การว่าเดิมโจทก์ขายที่ดินให้แก่จำเลยราคา ๓๔,๐๐๐ บาทโดยมีเงื่อนไขต่อกันว่าโจทก์จำเลยตกลงออกค่าใช้จ่ายในการรังวัตออกโฉนดและค่าทำถนนคนละครึ่งโดยจำเลยเป็นผู้ออกเงินไปก่อน เสร็จเรียบร้อยแล้วจะคิดหักกัน จำเลยชำระค่าซื้อที่ดินนี้ให้โจทก์แล้ว ๒๔,๐๐๐บาท ส่วนที่ยังขาดอยู่อีก ๑๐,๐๐๐บาทนั้น โจทก์ให้จำเลยทำสัญญากู้ไว้ตามฟ้อง โดยตกลงว่าโจทก์จะคิดหักเงินค่าใช้จ่ายในการออกโฉนดและทำถนนให้แก่จำเลยเมื่อเสร็จแล้ว ต่อมาจำเลยได้จัดการออกโฉนดและทำถนนเสร็จแล้ว สิ้นเงิน ๑๒,๐๐๐ บาท เป็นส่วนที่โจทก์จะต้องออก ๖,๐๐๐ บาท และต่อมาจำเลยยังได้ออกเช็คชำระหนี้ให้แก่โจทก์อีกเป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาท หักหนี้กันแล้วจำเลยคงเป็นหนี้โจทก์เพียง ๒,๐๐๐ บาทเท่านั้น ศาลชั้นต้นสอบถามคู่ความ จำเลยว่า ทำสัญญากู้ให้โจทก์ไว้จริง แต่เป็นเงินค่าที่ดินที่ค้างชำระตกลงกันด้วยปากเปล่าว่าเมื่อทำถนนแล้วโจทก์จะช่วยจำเลยออกค่าทำถนนครึ่งหนึ่ง ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า ข้อที่จำเลยจะนำสืบ (ข้อตกลงด้วยปากเปล่านั้น) เป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญากู้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ เมื่อจำเลยยอมรับว่าได้ทำสัญญากู้ให้โจทก์ไว้จริง ก็ต้องใช้เงินนี้ให้โจทก์พิพากษาให้จำเลยใช้เงินกู้ ๑๐,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ดำเนินการสืบพยานตามข้อต่อสู้ของจำเลยแล้วพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามที่จำเลยยกข้อต่อสู้ว่าโจทก์จำเลยตกลงกันด้วยวาจาว่าจะออกค่าทำถนนคนละครึ่งนั้น ข้อตกลงเช่นนี้กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องทำเป็นหนังสือและเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหากจากสัญญากู้ ฉะนั้น การที่จะสืบพยานเรื่องข้อตกลง จึงไม่ใช่เป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญากู้ประการใด จึงควรให้จำเลยนำสืบตามข้อต่อสู้ดังคำให้การเสียก่อน ส่วนที่โจทก์ว่าสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้หักกลบลบกันได้นั้น เห็นว่าหนี้ดังกล่าวนี้หาอยู่ในลักษณะเช่นนั้นไม่ จึงไม่ขัดกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๖๔๑ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 847/2505 นายเสงี่ยม เทียนถวาย โจทก์ พลตำรวจดิษพล โสจายะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเสงี่ยม เทียนถวาย · จำเลย - พลตำรวจดิษพล โสจายะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สารกิจปรีชา · การุณย์นราทร · การุณย์นราทร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายอัมพล สุวรรณภักดี · ศาลอุทธรณ์ - นายสอาด สุจริตพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 1561/2520ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 3515/2532ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 6801/2540ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 1550/2493ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 3649/2525ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1002/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา