⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4757/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4757/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างข้อเท็จจริงที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ เป็นข้อเท็จจริงที่เพิ่งยกขึ้นใหม่ในชั้นฎีกา ต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยฎีกาถึงการชำระหนี้อีกจำนวนหนึ่งว่า โจทก์กับจำเลยตกลงให้ ส. ทำหลักฐานการชำระเงินและโจทก์จำเลยได้ลงชื่อแล้วมอบให้ ส. เก็บรักษาไว้ แต่ในชั้นสืบพยานจำเลยกลับปรากฏจากการนำสืบว่าจำเลยไปพบกับ ส. และมีการชำระเงินสดและทำหลักฐานการรับเงินเอาไว้โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ไปร่วมรับชำระหนี้และลงลายมือชื่อไว้ในใบรับเงินด้วย ดังเช่นข้อความในฎีกาของจำเลย ดังนั้น ฎีกาจำเลยจึงเป็นข้อเท็จจริงที่เพิ่งยกขึ้นมาใหม่ในชั้นฎีกา ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 144,625 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 130,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 80,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยของต้นเงินดังกล่าวในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 2 เมษายน 2539 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่า จำเลยได้ชำระหนี้ครั้งที่สามจำนวน 30,000 บาท และดอกเบี้ยแก่โจทก์แล้วหรือไม่ จำเลยฎีกาว่าการชำระเงินครั้งที่สามในวันจดทะเบียนโอนขายที่ดินจำเลยได้ชำระเงิน 30,000 บาท และดอกเบี้ยอีก 15,000 บาทแก่โจทก์ โดยโจทก์ จำเลยภริยาโจทก์ ตกลงให้นายสนธยาทำหลักฐานการชำระเงินและโจทก์จำเลยได้ลงชื่อไว้หนังสือดังกล่าวมอบให้นายสนธยาเก็บรักษาไว้ แต่ในชั้นสืบพยานจำเลย จำเลยเบิกความว่า ในวันดังกล่าวจำเลย นางทองดีภริยาโจทก์และบุตรเขยได้ไปพบนายสนธยา ไกรรณภูมิ และได้มีการต่อรองกันเหลือหนี้ที่จะต้องชำระจำนวน 45,000 บาท โดยนายสนธยาได้ชำระเงินสดแก่นางทองดีแทนจำเลยจำนวน 45,000 บาท และได้เก็บหลักฐานการรับเงินไว้ ซึ่งความไม่ปรากฏเลยว่าโจทก์ได้ไปร่วมรับชำระหนี้และลงลายมือชื่อไว้ในใบรับเงินด้วยดังเช่นข้อความในฎีกาของจำเลย อันถือเป็นข้อสำคัญของประเด็นเรื่องนี้ ดังนั้นฎีกาจำเลยจึงได้ความแตกต่างไปจากข้อนำสืบของจำเลย หรืออีกนัยหนึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่จำเลยเพิ่งยกขึ้นมาใหม่ในชั้นฎีกา โดยเป็นข้อที่ยังมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ดังนี้ แม้ศาลชั้นต้นจะได้สั่งรับฎีกาของจำเลยในข้อนี้มาก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4757/2543 นายสุคนธ์ เอการัมย์ โจทก์ นายสิม กริรัมย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุคนธ์ เอการัมย์ · จำเลย - นายสิม กริรัมย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ระพิณ บุญสิทธิ์ · สุเทพ เจตนาการณ์กุล · วินัย ตุลยภักดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายกิตติพงษ์ ฐาปนพันธ์นิติกุล · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายวิบูลย์ สุนทรวิภาต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 163/2491ฎีกา 4884/2543ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 3345/2535ฎีกา 170/2546ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 272/2490ฎีกา 8203/2538ฎีกา 199/2537ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 794/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา