คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 53/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับประกันภัยค้ำจุนต้องรับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุน โดยผู้เอาประกันภัยต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิด และผู้เอาประกันภัยชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนจากผู้รับประกันภัยได้โดยตรง
อายุความในการฟ้องผู้รับประกันภัยค้ำจุนโดยอาศัยมูลหนี้ตามสัญญาประกันภัย คือ 2 ปี นับแต่วันเกิดวินาศภัย
ย่อคำพิพากษา
แม้โจทก์จะไม่ได้ฟ้องห้างฯ น.ผู้เอาประกันภัยเป็นจำเลยด้วยแต่เมื่อได้ความว่าผู้เอาประกันภัยต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดแล้ว จำเลยที่ 3ผู้รับประกันภัยค้ำจุนก็ต้องรับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุน เพราะโจทก์ชอบจะได้รับค่าสินไหมทดแทนจากผู้รับประกันภัยได้โดยตรง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 887
โจทก์ที่ 9 ที่ 10 ฟ้องจำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยค้ำจุนให้รับผิดโดยอาศัยมูลหนี้ตามสัญญาประกันภัย จึงมีอายุความ 2 ปี นับแต่วันเกิดวินาศภัยตาม ป.พ.พ.มาตรา 882 วรรคแรก จะนำอายุความ 1 ปี ตาม มาตรา 448วรรคแรก มาบังคับไม่ได้
จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 2ถึงที่ 10 รวม ๆ กันมาโดยไม่ใช่ค่าเสียหายที่แท้จริง จำเลยที่ 3 ไม่ได้ยกเหตุขึ้นอ้างอิงว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่ถูกต้องด้วยเหตุใด และค่าเสียหายที่แท้จริงของโจทก์แต่ละคนควรจะเป็นเท่าใด จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ๓๕ นางสาวสุติยาภรณ์ จริยะวรกุล · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดสกลนครนิวขนส่ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · นิเวศน์ คำผอง · ปราโมทย์ ชพานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายทวิช กำเนิดเพ็ชร · ศาลอุทธรณ์ - นายสำเริง ไชยจิต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา