⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3329/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3329/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องให้ผู้รับประกันภัยค้ำจุนรับผิด ผู้ฟ้องต้องบรรยายให้ชัดแจ้งถึงเหตุที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดในการกระทำละเมิดของผู้ขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัยด้วย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้รับผิดในฐานะที่เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุ แต่ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์คันเกิดเหตุในฐานะอะไร หรือมีนิติสัมพันธ์อย่างไรกับผู้เอาประกันภัยรถยนต์คันนั้น อันจะเป็นเหตุให้ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดในการละเมิดของจำเลยที่ 1 ฟ้องของโจทก์จึงไม่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา เมื่อฟ้องโจทก์มิได้บรรยายถึงเหตุที่จะให้ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดแล้ว จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุน ซึ่งจะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบ จึงไม่ต้องรับผิดด้วย (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 2571/2519)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.887

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน ๘ ม - ๗๗๑๖ จำเลยที่ ๒ เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน ๗ น - ๒๖๒๖ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๒๒ นายชาญขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน ๘ ม - ๗๗๑๖ ไปตามถนนสุขสวัสดิ์ ตามหลังรถยนต์หมายเลขทะเบียน น.บ.๐๕๑๑๐ ครั้นถึงหน้าตลาดสุขสวัสดิ์ จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ๗ น - ๒๖๒๖ ด้วยความประมาท เป็นเหตุให้ชนกับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน น.บ.๐๕๑๑๐ นายชาญได้หักพวงมาลัยรถที่ตนขับไปทางซ้ายและชนกับรถที่จำเลยที่ ๑ ขับ ทำให้รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ๘ ม - ๗๗๑๖ เสียหาย เป็นเงิน ๑๔,๓๐๗ บาท โจทก์จ่ายค่าซ่อมไปแล้วจึงรับช่วงสิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายจำนวนดังกล่าวจากจำเลยทั้งสอง ขอให้พิพากษาและบังคับ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นความประมาทของผู้ขับขี่รถหมายเลขทะเบียน ๘ ม - ๗๗๑๖ แต่ฝ่ายเดียว ค่าเสียหายไม่เกิน ๘,๐๐๐ บาทและต่อสู้ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๒ ให้รับผิดในฐานะที่เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ๗ น - ๒๖๒๖ คันเกิดเหตุ แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์คันเกิดเหตุในฐานะอะไร หรือมีนิติสัมพันธ์อย่างไรกับผู้เอาประกันภัยรถยนต์คันนั้น อันจะเป็นเหตุให้ผู้เอาประกันภัยต้องร่วมรับผิดในการละเมิดของจำเลยที่ ๑ ฟ้องของโจทก์จึงไม่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา เมื่อฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายถึงเหตุที่จะให้ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดแล้ว จำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนซึ่งจะต้องใช้ค่าสินไหมก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบจึงไม่ต้องรับผิดด้วย ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๕๗๑/๒๕๑๙ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3329/2526 บริษัทไทยประสิทธิประกันภัย จำกัด โจทก์ นายนิวัฒน์ ศราวุธวัฒนา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทไทยประสิทธิประกันภัย จำกัด · จำเลย - นายนิวัฒน์ ศราวุธวัฒนา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำริ ศุภพิโรจน์ · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · อำนวย อินทุภูติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายชยุติ รัตนเสน · ศาลอุทธรณ์ - นายวิชิต บุญถนอม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 272/2490ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1000/2505ฎีกา 6105/2531ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 307/2513ฎีกา 713/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 4484/2536ฎีกา 1687/2497ฎีกา 226/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา