คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 344/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งให้บุคคลอื่นรับโอนที่ดินแทน โดยมีวัตถุประสงค์ให้บุคคลนั้นเป็นผู้ครอบครองแทน แม้จะมีการเสียภาษีและแจ้งการครอบครองในนามของผู้รับโอนแทน ก็ถือเป็นการครอบครองแทน และไม่อาจยกอายุความขึ้นอ้างได้ เว้นแต่จะมีการเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือโดยบอกกล่าวหรืออาศัยอำนาจใหม่จากบุคคลภายนอก
สัญญาซื้อขายที่ดินที่คนต่างด้าวให้คนไทยรับโอนแทน โดยมีวัตถุประสงค์ให้คนไทยเป็นผู้รับโอนแทนนั้น เป็นโมฆะเพราะต้องห้ามโดยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
การที่โจทก์ซึ่งเป็นคนต่างด้าวซื้อที่ดินในต่างจังหวัด และประสงค์จะให้บุตรเป็นผู้รับโอน แต่บุตรยังเป็นเด็กและอยู่ในกรุงเทพฯ จึงให้จำเลยเป็นผู้รับโอนแทนนั้น แม้จำเลยจะเข้าครอบครองเสียภาษี และแจ้งการครอบครองลงชื่อของจำเลยเองในที่ดินแปลงนั้นก็ตาม ก็เป็นการครอบครองแทนโจทก์ ถึงแม้จำเลยจะครอบครองมานานเท่าใด ก็ไม่อาจยกอายุความขึ้นใช้ยันโจทก์ได้ และจำเลยจะอ้างว่ายึดถือครอบครองเพื่อตนเองก็ไม่ได้เพราะมิได้มีการเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือ โดยบอกกล่าวไม่เจตนาจะยึดถือแทนหรือครอบครองโดยสุจริตอาศัยอำนาจใหม่อันได้จากบุคคลภายนอก
การที่โจทก์ซึ่งเป็นคนต่างด้าวซื้อที่ดินและให้จำเลยซึ่งเป็นคนไทยเป็นผู้รับโอนแทนนั้นวัตถุประสงค์ของสัญญาซื้อขายที่ดินดังกล่าวเป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย เพราะขัดกับประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 86 และมาตรา 113 จึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113 โจทก์จะบังคับจำเลยให้โอนที่ดินนั้นให้แก่โจทก์โดยโอนในนามของบุตรโจทก์ซึ่งเป็นคนไทยหาได้ไม่ และการยึดถือที่ดินของจำเลยเป็นการยึดถือแทนโจทก์ จำเลยก็จะอ้างว่าเป็นเจ้าของไม่ได้ ผลต่อไปต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 96
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6/2511)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ตกลงซื้อที่ดิน ๒ แปลงพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างจากนายก่วนยู๋ แต่เนื่องจากโจทก์อยู่ในจังหวัดพระนครและเป็นคนต่างด้าว ประสงค์จะให้นายประสงค์บุตรโจทก์เป็นผู้รับโอน แต่นายประสงค์ยังเป็นเด็กและอยู่ในกรุงเทพฯ จึงมอบให้จำเลยรับโอนแทน ต่อมาจำเลยโอนที่ดินแปลงหนึ่งให้โจทก์ อีกแปลงหนึ่งจำเลยเพิกเฉยไม่โอนให้บุตรโจทก์ จึงขอให้บังคับจำเลยโอนให้โจทก์ในนามนายประสงค์ ลิ่มเจริญ
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยซื้อที่พิพาทแทนโจทก์ แต่จำเลยได้ครอบครองเป็นของตนเอง โจทก์ก็รู้มิได้ฟ้องเอาคืนภายใน ๑ ปี พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์เป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาท จำเลยรับโอนที่พิพาทมาในฐานะตัวแทนโจทก์ การที่จำเลยเข้าครอบครองเสียภาษีและแจ้งการครอบครองที่ดิน แม้จะลงชื่อของจำเลยเอง ก็เป็นการครอบครองแทนโจทก์ ฉะนั้นแม้จำเลยจะครอบครองมานานเท่าใดก็ไม่อาจยกอายุความขึ้นใช้ยันโจทก์และจะอ้างว่าเป็นการยึดถือครอบครองเพื่อตนเองก็ไม่ได้ เพราะมิได้มีการเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือ โดยบอกกล่าวว่าไม่เจตนาจะยึดถือแทน หรือตนเองเป็นผู้ครอบครองโดยสุจริตอาศัยอำนาจใหม่อันได้จากบุคคลภายนอกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๑ จำเลยจึงไม่ได้สิทธิครอบครองที่พิพาท
การที่โจทก์เป็นคนต่างด้าวซื้อที่ดิน และให้จำเลยซึ่งเป็นคนไทย เป็นผู้รับโอนแทนโจทก์จะขอให้บังคับจำเลยให้โอนที่ดินให้โจทก์โดยให้โอนในนาม นายประสงค์ ลิ่มเจริญบุตร โจทก์ได้หรือไม่ ที่ประชุมใหญ่เห็นว่า วัตถุประสงค์ของสัญญาซื้อขายที่พิพาทเป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย เพราะขัดกับประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๘๖ และ ๑๑๓ จึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๓ และจำเลยถือที่พิพาทแทนโจทก์ จำเลยอ้างว่าเป็นเจ้าของไม่ได้ ทั้งโจทก์และบังคับให้จำเลยโอนที่พิพาทให้บุตรโจทก์ก็ไม่ได้ ผลต่อไปต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๙๖
พิพากษายืนในผลที่ให้ยกฟ้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 344/2511
นายลิ่มเอ้งซ้ง แซ่ลิ้ม โจทก์
นายสมนึก เจริญลาภ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายลิ่มเอ้งซ้ง แซ่ลิ้ม · ล. - นายสมนึก เจริญลาภ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กิตติ สีหนนทน์ · แถม สิริสาลี · อาจิต ไชยาคำ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตะกั่วป่า - นายพยนต์ เยาวะประภาษ · ศาลอุทธรณ์ - นายอรุณ ตินทุกะสิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา