⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4800/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4800/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความมีผลผูกพันคู่สัญญาให้ระงับข้อพิพาททั้งปวงตามที่ตกลงกันไว้ และทำให้สิทธิเรียกร้องที่มีข้อพิพาทกันอยู่ก่อนวันทำสัญญานั้นเป็นอันระงับไป

ย่อคำพิพากษา

++ คดีแดงที่ 4800 - 5216/2534 โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับลงวันที่ 7 มีนาคม 2534มีความว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงระงับข้อพิพาททั้งปวงดังต่อไปนี้ (1) ลูกจ้างตกลงยินยอมรับค่าชดเชยตามกฎหมายเนื่องจากบริษัทได้เลิกจ้างโจทก์ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2534 ไว้ตามจำนวนที่ตกลงกันถูกต้องแล้วในขณะทำสัญญานี้ (2) บริษัทตกลงยอมจ่ายค่าชดเชยดังกล่าว (3) ลูกจ้างยอมรับว่าการที่บริษัทได้เลิกจ้างครั้งนี้เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมายและเป็นธรรมแล้ว (4) ลูกจ้างสัญญาว่าจะไม่เรียกร้องหรือฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหรือเงินใด ๆ จากบริษัทอีก หมายความว่า ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นก่อนวันทำสัญญาระหว่างคู่กรณีที่มีอยู่นั้น ให้ถือตามความที่ตกลงกันไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับนี้ สิทธิเรียกร้องของโจทก์เกี่ยวกับเงินใด ๆ รวมทั้งค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดที่มีข้อพิพาทกันอยู่ก่อนวันทำสัญญานี้เป็นอันระงับไปโดยผลของสัญญาประนีประนอมยอมความโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยรับผิดในเงินดังกล่าวอีกได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.32 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.40 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.46 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดให้แก่โจทก์แต่ละคนขาดไป เพราะจำเลยไม่นำค่าครองชีพซึ่งถือว่าเป็นค่าจ้างมารวมเป็นฐานในการคำนวณด้วย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินที่ขาดไปดังกล่าวให้แก่โจทก์ทุกคนพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะสิทธิเรียกร้องต่าง ๆ ระงับไปโดยผลของสัญญาประนีประนอมยอมความ และค่าครองชีพไม่ใช่ค่าจ้าง ไม่ต้องนำมารวมเป็นฐานคำนวณค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุด ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสี่ร้อยสิบเจ็ดสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสี่ร้อยสิบเจ็ดสำนวนอุทธรณ์ว่าตามเอกสารหมาย ล.1 นั้น สิทธิเรียกร้องของโจทก์แต่ละคนที่จะเรียกให้จำเลยชำระเงินค่าล่วง-เวลาและค่าทำงานในวันหยุดตามที่ฟ้องยังไม่ระงับไป โจทก์ทุกคนจึงมีอำนาจฟ้อง พิเคราะห์แล้วตามสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย ล.1 มีความว่า "... ทั้งสองฝ่ายตกลงระงับข้อพิพาททั้งปวงดังต่อไปนี้ 1. ลูกจ้างตกลงยินยอมรับค่าชดเชยตามกฎหมายเนื่องจากบริษัทได้เลิกจ้างโจทก์ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2534 เป็นจำนวน............. บาท (ตามจำนวนที่โจทก์แต่ละคนตกลง) และข้าพเจ้าได้รับเงินไว้ถูกต้องเรียบร้อยแล้วในขณะทำสัญญานี้ 2. บริษัท ฯ ตกลงยอมจ่ายค่าชดเชยดังกล่าวตามข้อ 1 3. ลูกจ้างยอมรับว่าการที่บริษัท ฯ ได้เลิกจ้างข้าพเจ้าในครั้งนี้เป็นการเลิกจ้างโดยถูกต้องตามกฎหมายซึ่งเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม และเป็นการกระทำที่เป็นธรรมแก่ข้าพเจ้าแล้ว 4. ลูกจ้างสัญญาว่าจะไม่เรียกร้องหรือฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหรือเงินใด ๆจากบริษัท ฯ อีก..." ข้อเท็จจริงได้ความตามคำฟ้องว่า ค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดที่โจทก์ทุกคนเรียกร้องมานั้นเป็นค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดที่มีมาก่อนวันที่ 7 มีนาคม 2534 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ทุกคนได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความตามเอกสารหมาย ล.1 กับจำเลย ดังนั้นตามที่ระบุไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความตอนต้นที่ว่า "ทั้งสองฝ่ายตกลงระงับข้อพิพาททั้งปวง"นั้น จึงหมายความว่า ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นก่อนวันทำสัญญาระหว่างคู่กรณีที่มีอยู่นั้นให้ถือตามความที่ตกลงกันไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับนี้ ซึ่งในสัญญาประนีประนอมยอมความจำเลยตกลงจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ทุกคนตามจำนวนที่ตกลงกัน และโจทก์ทุกคนได้ตกลงไว้ในสัญญาข้อ 4 ว่าจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายหรือเรียกเงินใด ๆ จากจำเลยอีกเช่นนี้ กรณีจึงเป็นที่เห็นได้ว่าสิทธิเรียกร้องของโจทก์ทุกคนเกี่ยวกับเงินใด ๆ รวมทั้งค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดที่มีข้อพิพาทกันอยู่ก่อนวันทำสัญญานี้นั้นเป็นอันระงับไปโดยผลของสัญญาประนีประนอมยอมความตามเอกสารหมายล.1 ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 852 โจทก์จึงไม่มีอำนาจที่จะรื้อฟื้นสิทธิที่ระงับไปแล้วตามกฎหมายขึ้นมาฟ้องร้องบังคับให้จำเลยรับผิดอีกได้ ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ทุกคนฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4800/2534 นายอุดลย์ ฤาชา กับพวก โจทก์ บริษัทไทยนิปปอน สตีล เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น คอร์เปอเรชั่น จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอุดลย์ ฤาชา กับพวก · คอร์เปอเรชั่น - บริษัทไทยนิปปอน สตีล เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น · จำเลย - จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม เฟื่องฟุ้ง · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายรุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3245/2534ฎีกา 2335/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 548/2522ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 2572/2541ฎีกา 643/2497ฎีกา 3583/2524ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 8207/2538ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2911/2524ฎีกา 2411-2415/2529ฎีกา 953/2505ฎีกา 3053/2527ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 269/2525ฎีกา 7631/2552ฎีกา 4541/2550ฎีกา 174/2538ฎีกา 2635/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา