⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6952/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6952/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิเรียกร้องค่าบำเหน็จและเงินส่วนเกินตามสัญญานายหน้าซึ่งไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะ ให้ใช้อายุความทั่วไป 10 ปี

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องเรียกค่าบำเหน็จและเงินส่วนเกินตามสัญญานายหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 845 มิได้ฟ้องเรียกเอาสินจ้างจากการรับทำการงาน สิทธิเรียกร้องดังกล่าวมิได้มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงต้องใช้อายุความทั่วไปซึ่งมีกำหนด 10 ปี ตามมาตรา 193/30

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.845

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาว่าโจทก์ได้รับมอบหมายจากจำเลยให้เป็นนายหน้าขายที่ดินโฉนดเลขที่ 22090 โดยจำเลยจะขายที่ดินแปลงดังกล่าวในราคา 34,500,000 บาท และตกลงให้ค่าบำเหน็จแก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 3 ของราคาขายหากโจทก์ขายได้เกินกว่าราคาดังกล่าวจำเลยจะยกส่วนที่เกินให้แก่โจทก์ ต่อมาโจทก์ได้ติดต่อและเข้าจัดการชี้ช่องขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่นายสมชาย เป็นผลสำเร็จในราคา 39,000,000 บาท แต่จำเลยไม่ยอมจ่ายค่านายหน้าจำนวน 1,035,000 บาท และส่วนที่ขายได้เกินกว่าราคา 34,500,000 บาท เป็นเงิน 4,500,000 บาท ให้แก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 5,535,000 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 29 กันยายน 2537 จนกว่าจะชำระเสร็จ เมื่อคิดถึงวันฟ้องเป็นดอกเบี้ย 2,158,026 บาท รวมเป็นเงินที่จำเลยต้องชำระคิดถึงวันฟ้องจำนวน 7,693,026 บาท จำเลยให้การว่า โจทก์มิได้ใช้สิทธิเรียกร้องเอาค่านายหน้าจากจำเลยภายใน 2 ปี นับแต่วันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,140,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 29 กันยายน 2537 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 70,000 บาท สำหรับค่าธรรมเนียมศาลที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ให้จำเลยนำมาชำระต่อศาลในนามของโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยฎีกาในทำนองว่า การกระทำของโจทก์เป็นลักษณะของการจ้างทำของซึ่งโจทก์จะต้องฟ้องเรียกร้องเอาจากจำเลยภายในอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (7) การที่โจทก์ฟ้องเรียกร้องเงินจากจำเลยเกิน 2 ปี ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกค่าบำเหน็จและเงินส่วนเกินตามสัญญานายหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 845 มิได้ฟ้องเรียกเอาสินจ้างจากการรับทำการงาน สิทธิเรียกร้องดังกล่าวมิได้มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงต้องใช้อายุความทั่วไปซึ่งมีกำหนด 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ 2 ปี ตามฎีกาของจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว" พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 40,000 บาท แทนโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6952/2552 นายปรีดา ละออนวล โจทก์ นายศิวา เสียงแจ้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปรีดา ละออนวล · จำเลย - นายศิวา เสียงแจ้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช · สุรศักดิ์ กิตติพงษ์พัฒนา · วรพจน์ วิไลชนม์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1000/2496ฎีกา 827/2523ฎีกา 6056/2534ฎีกา 56/2520ฎีกา 7550/2550ฎีกา 446/2473ฎีกา 524/2537ฎีกา 8543/2544ฎีกา 2750/2530ฎีกา 5138/2531ฎีกา 257/2522ฎีกา 544/2500ฎีกา 3592/2532ฎีกา 395/2525ฎีกา 991/2545ฎีกา 4767/2565ฎีกา 5419/2537ฎีกา 794/2533ฎีกา 575/2509ฎีกา 517/2494ฎีกา 186/2510ฎีกา 1249/2506ฎีกา 5103/2539ฎีกา 704/2482
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา