⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1847/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1847/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยในคดีล้มละลายเป็นเงินได้ของกองทรัพย์สินจำเลยซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะกันเงินส่วนที่ผู้ซื้อทรัพย์จ่ายเป็นค่าภาษีไว้เพื่อรอให้ผู้ซื้อทรัพย์มารับคืนได้ แต่ต้องไม่กำหนดเงื่อนไขหรือข้อตกลงที่ผิดแผกแตกต่างจากบทกฎหมายว่าด้วยการจัดการทรัพย์สินและการแบ่งทรัพย์สินในคดีล้มละลาย

ย่อคำพิพากษา

เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยในคดีล้มละลายเป็นเงินได้ของกองทรัพย์สินจำเลยซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 40 (8) การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดเงื่อนไขในประกาศขายทอดตลาดทรัพย์และข้อตกลงในหนังสือสัญญาซื้อขายให้ผู้ซื้อทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาดเป็นผู้ชำระค่าภาษีต่างๆ แล้วนำใบเสร็จรับเงินมาขอรับเงินคืนภายใน 15 วัน นับแต่วันรับหนังสือโอนกรรมสิทธิ์หรือภายใน 20 วัน นับแต่ชำระราคาครบถ้วน หากไม่มาขอคืนภายในกำหนดดังกล่าวถือว่าผู้ซื้อทรัพย์ไม่ติดใจขอรับเงินดังกล่าวคืนนั้น เป็นเพียงเพื่อให้การจัดการทรัพย์สินของจำเลยดำเนินไปด้วยความสะดวกรวดเร็ว เมื่อจำหน่ายทรัพย์สินแล้วทรัพย์สินซึ่งเหลือจากที่กันไว้สำหรับค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องจัดการแบ่งในระหว่างเจ้าหนี้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 124 การทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สามารถกันเงินในส่วนที่ผู้ซื้อทรัพย์จะมาขอรับเงินที่จ่ายเป็นค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายคืนได้ แล้วแจ้งให้ผู้ซื้อทรัพย์ทราบ หากผู้ซื้อทรัพย์ไม่มารับเงินดังกล่าวคืนภายในห้าปีนับแต่วันที่ศาลสั่งปิดคดีเงินดังกล่าวก็จะตกเป็นของแผ่นดินตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 176 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะกำหนดเงื่อนไขหรือข้อตกลงในประกาศขายทอดตลาดทรัพย์หรือหนังสือสัญญาซื้อขายให้ผู้ซื้อทรัพย์มารับเงินดังกล่าวคืนภายในกำหนดเวลาที่ผิดแผกแตกต่างจากบทกฎหมายดังกล่าวหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.40 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.124 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.176

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2545 และพิพากษาให้จำเลยล้มละลายเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2546 ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกายน 2548 ผู้คัดค้านขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 7002 ตำบลคลองนครเนื่องเขตร์ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา ของจำเลยไปในราคา 15,000,000 บาท โดยผู้ร้องเป็นผู้ซื้อได้และเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2548 ผู้ร้องได้ขอรับหนังสือแจ้งการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและเอกสารเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์จากผู้คัดค้านไปดำเนินการจดทะเบียนรับโอนที่ดินที่สำนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทราเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2548 เจ้าพนักงานที่ดินเรียกเก็บภาษีเงินได้จากการขายอสังริมทรัพย์ซึ่งผู้ร้องชำระแทนจำเลยไปจำนวน 150,000 บาท ต่อมาวันที่ 29 ธันวาคม 2548 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคืนเงินที่ชำระเป็นค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายต่อผู้คัดค้าน แต่ผู้คัดค้านมีคำสั่งยกคำร้องเนื่องจากผู้ร้องยื่นคำร้องขอคืนเงินเกินระยะเวลา 15 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านจ่ายคืนเงินที่จ่ายแทนจำเลยเป็นค่าภาษีดังกล่าวแก่ผู้ร้อง ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า กรณีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิขอรับคืนเงินที่ผู้ร้องจ่ายแทนจำเลยเป็นค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายจากการขายทอดตลาดทรัพย์ของผู้คัดค้านหรือไม่ เห็นว่า การที่ผู้คัดค้านในฐานะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยดำเนินการขายทอดตลาดที่ดินของจำเลย เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวเป็นเงินได้ของกองทรัพย์สินของจำเลย จำเลยโดยผู้คัดค้านมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (8) ที่ผู้คัดค้านกำหนดเงื่อนไขในประกาศขายทอดตลาดทรัพย์และข้อตกลงในหนังสือสัญญาซื้อขาย ให้ผู้ซื้อทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาดเป็นผู้ชำระค่าภาษีต่างๆ จากการขายอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลรัษฎากร แล้วนำใบเสร็จรับเงินที่มีรายการชำระค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายมาขอคืนภาษีภายใน 15 วัน นับแต่วันรับหนังสือโอนกรรมสิทธิ์หรือภายใน 20 วันนับแต่ชำระราคาครบถ้วน หากไม่มาขอคืนภายในกำหนดดังกล่าวถือว่าผู้ซื้อทรัพย์ไม่ติดใจขอรับเงินภาษีคืน เป็นเพียงเพื่อให้การจัดการทรัพย์สินของจำเลยดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและสะดวกรวดเร็วเท่านั้น ทั้งเป็นประโยชน์แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ไม่จำต้องนำส่งหรือไปชำระภาษีดังกล่าวด้วยตนเองโดยผลักภาระให้ผู้ซื้อทรัพย์ไปชำระภาษีแล้วนำใบเสร็จรับเงินมาขอคืนเงินที่ชำระเป็นค่าภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ นอกจากนี้เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จำหน่ายทรัพย์ของจำเลยในคดีล้มละลายแล้ว ทรัพย์สินซึ่งเหลือจากที่กันไว้สำหรับค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องจัดแบ่งในระหว่างเจ้าหนี้โดยเร็ว การแบ่งทรัพย์สินต้องกระทำทุกระยะเวลาไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย เว้นแต่ศาลจะได้อนุญาตให้ขยายเวลาต่อไปโดยมีเหตุสมควร ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 124 ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหน้าที่ต้องปฏิบัติต่อไปคือการจัดทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่าย และจ่ายเงินตามบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายนั้น ในการทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สามารถกันเงินในส่วนที่ผู้ซื้อทรัพย์จะมาขอรับคืนเงินที่จ่ายเป็นค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายได้ แล้วแจ้งให้ผู้ซื้อทรัพย์มารับเงินคืน หากผู้ซื้อทรัพย์ไม่มารับคืนภายในห้าปีนับแต่วันที่ศาลสั่งปิดคดีเงินดังกล่าวก็จะตกเป็นของแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 176 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะกำหนดเงื่อนไขหรือข้อตกลงในประกาศขายทอดตลาดทรัพย์หรือหนังสือสัญญาซื้อขายโดยกำหนดเวลาให้ผู้ซื้อทรัพย์มารับเงินที่จ่ายเป็นค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายคืนภายในกำหนดเวลาที่ผิดแผกแตกต่างจากกำหนดเวลาตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวหาได้ไม่ คดีนี้ปรากฏว่า ภายหลังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยังมิได้จัดทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน ที่ได้จากการขายทอดตลาดหรือดำเนินการใดเพื่อให้มีการจ่ายเงินที่จ่ายเป็นค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายแก่ผู้ร้อง เมื่อผู้ร้องได้ชำระค่าภาษีเงินได้จากการขายที่ดินต่อเจ้าพนักงานที่ดินแล้ว ผู้ร้องจึงมีสิทธิขอรับคืนเงินที่ผู้ร้องจ่ายแทนจำเลยไปเป็นค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายจากการขายทอดตลาดของผู้คัดค้านได้ ผู้คัดค้านมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินดังกล่าวคืนให้แก่ผู้ร้อง ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องนั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับ ให้ผู้คัดค้านจ่ายเงินที่ผู้ร้องจ่ายแทนจำเลยเป็นค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายจำนวน 150,000 บาท คืนให้แก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1847/2553 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ซื้อทรัพย์ ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน บริษัทไทยแปดริ้วเปเปอร์ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) · ผู้ร้อง - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ซื้อทรัพย์ · ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ · จำเลย - บริษัทไทยแปดริ้วเปเปอร์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย พงษธา · สมศักดิ์ จันทรา · พินิจ สุเสารัจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลล้มละลายกลาง - นายอนันต์ พร้อมพูล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10135/2539ฎีกา 5890/2539ฎีกา 439/2508ฎีกา 4096/2528ฎีกา 2034/2536ฎีกา 4797/2534ฎีกา 1400/2553ฎีกา 6220/2549ฎีกา 4708/2542ฎีกา 1587/2522ฎีกา 2642/2538ฎีกา 3113/2531ฎีกา 3193/2543ฎีกา 736/2550ฎีกา 3867/2531ฎีกา 6899/2559ฎีกา 3934/2534ฎีกา 1110/2565ฎีกา 10701/2555ฎีกา 1878/2519ฎีกา 3322/2554ฎีกา 123/2540ฎีกา 905/2531ฎีกา 5243/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา