⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 18949/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18949/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลาไปร่วมประชุมตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 102 จะไม่ถือเป็นวันลาได้ เฉพาะการลาไปร่วมประชุมในเรื่องเกี่ยวกับสหภาพแรงงานที่ทางราชการกำหนดขึ้นและเป็นสหภาพแรงงานที่ลูกจ้างสังกัดอยู่เท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

การที่ลูกจ้างซึ่งเป็นกรรมการสหภาพแรงงานลาไปร่วมประชุมตามที่ทางราชการกำหนดตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 102 หมายถึงการลาไปร่วมประชุมในเรื่องเกี่ยวกับสหภาพแรงงานที่ทางราชการกำหนดขึ้นและเป็นสหภาพแรงงานที่ลูกจ้างสังกัดอยู่เท่านั้น ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ระบุว่าจำเลยให้กรรมการสหภาพแรงงานและสมาชิกลาไปเพื่อดำเนินกิจการสหภาพแรงงานได้ตามที่หน่วยราชการมีหนังสือขอความร่วมมือโดยไม่ถือเป็นวันลานั้น ไม่ได้ให้สิทธิโจทก์ซึ่งเป็นกรรมการสหภาพแรงงานอาร์ทอพอินเตอร์เนชั่นแนลนอกเหนือไปจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา 102 การลาไปร่วมประชุมที่จะไม่ถือเป็นวันลาจึงหมายความถึงการลาไปร่วมประชุมในเรื่องที่เกี่ยวกับสหภาพแรงงานที่ทางราชการกำหนดขึ้นและเป็นสหภาพแรงงานอาร์ทอพอินเตอร์เนชั่นแนลที่โจทก์สังกัดอยู่เท่านั้น การที่โจทก์ลาไปร่วมประชุมเรื่องรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยควรมีสาระสำคัญอย่างไร และลาไปร่วมสัมมนาทางวิชาการรวมพลังส่งเสริมจรรยาบรรณวิชาชีพ ไม่ใช่การประชุมในเรื่องเกี่ยวกับสหภาพแรงงานอาร์ทอพอินเตอร์เนชั่นแนลที่โจทก์สังกัดอยู่ ไม่ใช่การลาที่ไม่ถือเป็นวันลาตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.102

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้เดิมศาลแรงงานกลางสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันกับคดีหมายเลขดำที่ มบ.374/2550 ของศาลแรงงานกลาง แต่คดีดังกล่าวยุติไปแล้วตามคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง คงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะคดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้าง 573 บาท และเบี้ยขยัน 290 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ทุก 7 วัน นับแต่วันครบกำหนดจ่ายค่าจ้างงวดแรกไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์เป็นเงิน 382 บาท และเบี้ยขยัน 290 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 5 เมษายน 2546 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดการจ่ายเงินไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยมีว่าการลาของโจทก์ในวันที่ 9 มีนาคม 2550 และวันที่ 15 มีนาคม 2550 เป็นการลาไปเพื่อดำเนินกิจกรรมของสหภาพแรงงานตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ไม่ถือเป็นวันลาใช่หรือไม่ โดยจำเลยอุทธรณ์ว่า การลาทั้งสองวันเป็นการลาเพื่อเข้าร่วมประชุมสัมมนา ไม่เกี่ยวกับกิจการของสหภาพแรงงานอาร์ทอพอินเตอร์เนชั่นแนลที่โจทก์สังกัดอยู่ จึงไม่เป็นการลาตามความในมาตรา 102 แห่งระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 และไม่เป็นการลาเพื่อดำเนินกิจกรรมของสหภาพแรงงานตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่มิให้ถือเป็นวันลา จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าจ้างในวันลา และเมื่อโจทก์ไม่มาทำงานให้จำเลย จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายเบี้ยขยันให้แก่โจทก์ พิเคราะห์แล้ว บันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างของจำเลยลงวันที่ 7 มีนาคม 2546 ข้อ 6 มีข้อความว่า "บริษัทฯตกลงให้กรรมการสหภาพแรงงานฯและสมาชิกลาไปเพื่อดำเนินกิจกรรมสหภาพฯ ได้ตามที่หน่วยงานราชการได้มีหนังสือขอความร่วมมือไป โดยไม่ถือเป็นวันลา" ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 102 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ที่บัญญัติว่า "ลูกจ้างซึ่งเป็นกรรมการสหภาพแรงงานมีสิทธิลาเพื่อไปดำเนินกิจการสหภาพแรงงานในฐานะผู้แทนลูกจ้างในการเจรจา การไกล่เกลี่ยและการชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน และมีสิทธิลาเพื่อไปร่วมประชุมตามที่ทางราชการกำหนดได้ ทั้งนี้ให้ลูกจ้างดังกล่าวแจ้งให้นายจ้างทราบล่วงหน้าถึงเหตุที่ลาโดยชัดแจ้ง พร้อมทั้งแสดงหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ถ้ามี และให้ถือว่าวันลาของลูกจ้างนั้นเป็นวันทำงาน" เห็นว่า ตามบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง และพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 102 เป็นการให้สิทธิลูกจ้างซึ่งเป็นกรรมการสหภาพแรงงานลาไปเพื่อดำเนินกิจการสหภาพแรงงาน และไปร่วมประชุมตามที่ทางราชการกำหนดได้ จึงต้องหมายถึงการลาไปร่วมประชุมในเรื่องที่เกี่ยวกับสหภาพแรงงานที่ทางราชการกำหนดขึ้นและเป็นสหภาพแรงงานที่ลูกจ้างดังกล่าวสังกัดอยู่เท่านั้น มิใช่สหภาพแรงงานใด ๆ ก็ได้หรือประชุมในเรื่องใด ๆ ก็ได้โดยไม่มีขอบเขตจำกัด มิฉะนั้นลูกจ้างก็จะอ้างสิทธิไปร่วมประชุมในเรื่องที่ทางราชการกำหนดได้ทุกเรื่อง หากกฎหมายประสงค์จะให้สิทธิลูกจ้างประชุมในเรื่องอื่นก็จะต้องบัญญัติไว้ แม้คดีนี้จะมีการทำบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้ด้วยตามความในข้อ 6 แต่ความในข้อ 6 ก็มิได้ให้สิทธิใด ๆ แก่โจทก์ที่เป็นกรรมการสหภาพแรงงานนอกเหนือไปจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา 102 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ความในข้อ 6 จึงหมายความถึงการลาไปร่วมประชุมในเรื่องที่เกี่ยวกับสหภาพแรงงานที่ทางราชการกำหนดขึ้นและเป็นสหภาพแรงงานอาร์ทอพอินเตอร์เนชั่นแนลที่ลูกจ้างสังกัดอยู่เท่านั้น ตามหนังสือเชิญโจทก์ประชุมลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550 ซึ่งโจทก์ขอลาไปเข้าร่วมประชุมในวันที่ 9 มีนาคม 2550 ระบุชื่อเรื่องไว้ว่า "ขอเชิญร่วมประชุมสัมมนาระดมความเห็นเวทีระดับชาติ เรื่องรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยควรมีสาระสำคัญอย่างไร" และตามหนังสือเชิญโจทก์ประชุมลงวันที่ 8 มีนาคม 2550 ซึ่งโจทก์ขอลาไปเข้าร่วมประชุมในวันที่ 15 มีนาคม 2550 ก็ระบุชื่อเรื่องไว้ว่า ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนาทางวิชาการรวมพลังส่งเสริมจรรยาบรรณวิชาชีพ การเชิญประชุมทั้งสองครั้งจึงมิใช่เป็นการประชุมในเรื่องที่เกี่ยวกับสหภาพแรงงานอาร์ทอพอินเตอร์เนชั่นแนลที่โจทก์สังกัดอยู่ และมิใช่การลาที่ไม่ถือเป็นวันลาโดยถือเป็นวันทำงานตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างของจำเลยหรือตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 102 เมื่อโจทก์มิได้ทำงานให้แก่จำเลยในวันที่ 9 มีนาคม 2550 และวันที่ 15 มีนาคม 2550 จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันทำงานทั้งสองวันให้แก่โจทก์ ส่วนเบี้ยขยันเป็นเงินที่จำเลยจะจ่ายให้แก่ลูกจ้างที่ทำงานโดยไม่ลาไม่ขาด เมื่อโจทก์ขอลาไปเข้าร่วมประชุมโดยมิได้ทำงานให้แก่จำเลย จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายเบี้ยขยันให้แก่โจทก์ด้วยเช่นกัน อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าจ้าง 382 บาท เบี้ยขยัน 290 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18949/2555 นายสุคนธ์ สุพลดี กับพวก โจทก์ บริษัทอาร์ทอพอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุคนธ์ สุพลดี กับพวก · จำเลย - บริษัทอาร์ทอพอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิทยา บุญชู · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายยงยุทธ สมัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำร.162/2551

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1677-1678/2526ฎีกา 1231/2535ฎีกา 4700/2539ฎีกา 2235/2525ฎีกา 823/2539ฎีกา 5297/2539ฎีกา 1614/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา