คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22674/2555
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักร ไม่ว่าแหล่งที่มาหรือวิธีการได้มาจะเป็นอย่างไร ถือเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายแล้ว
ย่อคำพิพากษา
พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 ได้ให้บทนิยามคำว่า "นำเข้า" หมายความว่า นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร การที่จำเลยเดินทางจากประเทศกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทย โดยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางติดตัวมาด้วยดังกล่าวไม่ว่าจำเลยจะได้เมทแอมเฟตามีนมาจากใครและด้วยวิธีการอย่างไร หรือเป็นการนำติดตัวจากประเทศไทยดังที่จำเลยอ้างหรือไม่ ก็ถือได้ว่าเป็นการกระทำอันเป็นการนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักรแล้ว แหล่งที่มาและการได้มาซึ่งเมทแอมเฟตามีนก่อนการนำเข้าจึงมิใช่ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญในการพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของจำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 65, 66, 67, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 และริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 57, 65 วรรคหนึ่ง, 67, 91, 102 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน ปรับ 5,000 บาท ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 1,200,000 บาท คำให้การชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน และปรับ 800,000 บาท รวมจำคุก 33 ปี 7 เดือน และปรับ 805,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 แต่ให้กักขังแทนค่าปรับเป็นระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักรตามฟ้องหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานยืนยันแหล่งที่มาของเมทแอมเฟตามีนว่าจำเลยได้มาจากไหน ต้องถือว่าพยานหลักฐานของโจทก์ยังมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยกระทำความผิดฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักรหรือไม่ ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้แก่จำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง นั้น ได้ความจากคำเบิกความของพยานโจทก์ปากสิบตำรวจเอกปฏิวัติ ดาบตำรวจจำนงค์ และดาบตำรวจสิทธิพงษ์ ผู้ร่วมจับกุมว่า พยานทั้งสามร่วมกันจับกุมจำเลยในทันทีที่จำเลยเดินทางจากประเทศกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทยทางด่านถาวรช่องสะงำและยึดได้เมทแอมเฟตามีน 4 เม็ดครึ่ง ของกลางซุกซ่อนในกระเป๋าเล็กของกางเกงยีนข้างขวาที่จำเลยสวมใส่ ซึ่งจำเลยนำสืบว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวไว้ในครอบครองจริง เพียงแต่อ้างว่าเป็นเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยซื้อและนำติดตัวไปขณะเดินทางเข้าไปในประเทศกัมพูชาเท่านั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 ได้ให้บทนิยามคำว่า "นำเข้า" หมายความว่า นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร ดังนั้น การที่จำเลยเดินทางจากประเทศกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทย โดยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางติดตัวมาด้วยดังกล่าวไม่ว่าจำเลยจะได้เมทแอมเฟตามีนมาจากใครและด้วยวิธีการอย่างไร หรือเป็นการนำติดตัวจากประเทศไทยดังที่จำเลยอ้างหรือไม่ ก็ถือได้ว่าเป็นการกระทำอันเป็นการนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักรแล้ว แหล่งที่มาและการได้มาซึ่งเมทแอมเฟตามีนก่อนการนำเข้าจึงมิใช่ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญในการพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของจำเลย พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมามีน้ำหนักมั่นคง รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักรตามฟ้อง ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษในสถานเบาและรอการลงโทษนั้น เห็นว่า ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยในอัตราโทษขั้นต่ำสุดตามที่กฎหมายกำหนด จึงไม่อาจลงโทษจำเลยให้เบากว่านี้ได้อีก และโทษจำคุก 33 ปี 4 เดือน ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะรอการลงโทษให้แก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ได้ สำหรับฎีกาของจำเลยข้ออื่นๆ นั้นศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้วินิจฉัยไว้ครบถ้วนและชอบด้วยเหตุผลแล้ว ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัยซ้ำอีกเพราะไม่ทำให้ผลของคำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงไป ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ดีที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยฐานเสพเมทแอมเฟตามีนจำคุกและปรับด้วยนั้นหนักเกินไป ศาลฎีกาเห็นสมควรไม่ลงโทษปรับในความผิดฐานนี้ นอกจากนี้จำเลยให้การรับสารภาพฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และคำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่การพิจารณาฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักร ประกอบกับเมทแอมเฟตามีนของกลางมีเพียง 4 เม็ดครึ่ง เท่านั้น ศาลฎีกาเห็นสมควรลดโทษฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักรให้จำเลยกึ่งหนึ่ง
พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 3 เดือน โดยไม่ลงโทษปรับ ฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักร ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 แล้ว คงจำคุก 25 ปีและปรับ 600,000 บาท รวมจำคุก 25 ปี 3 เดือน และปรับ 600,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22674/2555
พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ โจทก์
นายจัตตุวัฒน์ ดีปราสัย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ · จำเลย - นายจัตตุวัฒน์ ดีปราสัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เกษม เกษมปัญญา · อนันต์ วงษ์ประภารัตน์ · ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นางสาวมัณฑนา อิสสระโชติ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายภาภูมิ สรอัฑฒ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.5518/2552 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา