⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1497/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1497/2532

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.15, 65, 66

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่มิได้ว่ากล่าวกันมาในศาลอุทธรณ์และเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามกระทำผิดฐานร่วมกันผลิตเฮโรอีนและมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีน จำเลยมิได้อุทธรณ์ว่าตนมิได้แบ่งบรรจุเฮโรอีน การที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าพยานโจทก์ไม่มีโอกาสมองเห็น การกระทำของจำเลยที่ 1 พยานหลักฐานของโจทก์รับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 แบ่งบรรจุเฮโรอีนและจำหน่ายเฮโรอีน จำเลยที่ 1 คงมีความผิดเพียงมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อเสพสถานเดียว จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่มิได้ว่ากล่าวกันมาในศาลอุทธรณ์และเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.65 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันผลิตเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ ซึ่งเป็นเกลือของเฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงในประเภท ๑ โดยการแบ่งบรรจะเฮโรอีนดังกล่าวจากหลอดบรรจุชนิดหลอดพลาสติกลงสู่หลอดดูดเครื่องดื่มตัดสั้นจำนวน ๓ หลอด หนัก ๐.๑๒ กรัม เพื่อจำหน่าย จำเลยทั้งสามร่วมกันมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์จำนวน ๕ หลอด หนัก ๐.๖๔ กรัม ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำเลยทั้งสามได้ร่วมกันจำหน่ายเฮโรอีนจำนวน ๓ หลอด หนัก ๐.๑๒ กรัม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเฮโรอีนที่จำเลยทั้งสามร่วมกันผลิตและมีไว้เพื่อจำหน่าย ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕, ๗, ๘, ๑๕, ๖๕, ๖๖, ๖๗, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑, ๙๒ ริบของกลางทั้งหมดเว้นแต่ธนบัตรที่ใช้ในการล่อซื้อให้คืนเจ้าของ และเพิ่มโทษจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ ๓ ให้การปฏิเสธข้อหาผลิตเฮโรอีน แต่ให้การรับสารภาพข้อหามีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีน กับรับว่าเคยต้องโทษจำคุกและพ้นโทษตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๕ วรรคแรก, ๖๖ วรรคแรก ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓, ๙๑, ๙๒ ความผิดฐานผลิตเฮโรอีนและฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นกรรมเดียวกันให้ลงโทษฐานผลิตซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกตลอดชีวิต กระทงหนึ่ง และฐานจำหน่าย จำคุกคนละ ๕ ปี อีกกระทงหนึ่ง เมื่อลงโทษจำเลยที่ ๓ จำคุกตลอดชีวิตแล้วเพิ่มโทษไม่ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๑ คำให้การของจำเลยทั้งสามในชั้นสอบสวน และคำให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณาของจำเลยที่ ๓ ในข้อหามีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หนึ่งในสาม ลดโทษให้จำเลยที่ ๓ กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบด้วยมาตรา ๕๓ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ กระทงแรกคนละ ๓๓ ปี ๔ เดือน กระทงหลังคนละ ๓ ปี ๔ เดือน รวมเป็นคนละ ๓๖ ปี ๘ เดือน ส่วนจำเลยที่ ๓ ให้จำคุกกระทงแรก ๒๕ ปี กระทงหลัง ๒ ปี ๖ เดือน รวมเป็น ๒๗ ปี ๖ เดือน ริบของกลาง เว้นแต่ธนบัตร ๖๐ บาท ให้คืนเจ้าของ ยกคำขอเพิ่มโทษจำเลยที่ ๓ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ ๓ ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาต และให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๓ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามกระทำผิดฐานร่วมกันผลิตเฮโรอีนและมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายเฮโรอีนอันเป็นความผิด และลงโทษจำเลยทั้งสาม จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ อุทธรณ์เฉพาะข้อหาฐานร่วมกันผลิตเฮโรอีนว่า การที่จำเลยที่ ๓ แบ่งเฮโรอีนเทใส่ฝาให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ นั้น ก็เพื่อให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ สามารถเสพยาเสพติดได้เท่านั้น มิได้มีเจตนาที่จะผลิตเฮโรอีน ทั้งปริมาณยาเสพติดมีน้ำหนักเพียง ๐.๖๔ กรัม ไม่ถึง ๒๐ กรัม ย่อมไม่อาจถือได้ว่าเป็นการแบ่งบรรจุโดยมีเจตนาที่จะผลิตเพื่อจำหน่ายและการกระทำของจำเลยทั้งสามที่ได้แบ่งบรรจุเฮโรอีนลงในหลอดกาแฟก็เป็นการกระทำเพื่อสะดวกแก่การจำหน่ายเท่านั้น โดยจำเลยทั้งสองมิได้อุทธรณ์ว่าตนมิได้แบ่งบรรจุเฮโรอีน ดังนั้น การที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่า พยานของโจทก์ ๒ ปาก คือพลตำรวจอำพล พลอยเลิศล้อม กับจ่าสิบตำรวจโกวิท สุขสำราญ เบิกความแตกต่างขัดแย้งและหักล้างกันเองในเรื่องการเห็นสั้งสถานที่เกิดเหตุเป็นคูน้ำยกร่องลึก ๑ เมตร กว้าง ๒ เมตร มีต้นกล้วยขึ้นปิดบังไม่ทั่วบริเวณ พยานโจทก์ทั้งสองจึงไม่มีโอกาสมองเห็นการกระทำของจำเลยที่ ๑ พยานหลักฐานของโจทก์รับฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ ๑ แบ่งบรรจุเฮโรอีนและจำหน่ายเฮโรอีน จำเลยที่ ๑ คงมีความผิดเพียงมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อเสพเพียงสถานเดียว จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่มิได้ว่ากล่าวกันมาในศาลอุทธรณ์และเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว ไม่มีเหตุที่จะรับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ ๑ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1497/2532 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายราชันต์หรือราชันย์ ดาวจรัส กับพวกรวม 3 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายราชันต์หรือราชันย์ ดาวจรัส กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา บุญวนิช · บุญส่ง คล้ายแก้ว · เธียร ยูงทอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายบุรินทร์ ตั้งประพันธ์วงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสัญชัย สิงหลกะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 472/2551ฎีกา 2281/2545ฎีกา 5834/2550ฎีกา 6591/2537ฎีกา 3145/2524ฎีกา 6039/2545ฎีกา 5845/2540ฎีกา 3716/2567ฎีกา 364/2536ฎีกา 7352/2549ฎีกา 2510/2562ฎีกา 2486/2558ฎีกา 1353/2529ฎีกา 820/2558ฎีกา 4123/2543ฎีกา 2059/2522ฎีกา 3304/2563ฎีกา 9686/2539ฎีกา 74/2535ฎีกา 38/2549ฎีกา 5813/2549ฎีกา 7159/2544ฎีกา 2690/2535ฎีกา 5846/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา