⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2059/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2059/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เมื่อคู่ความนำสืบข้อเท็จจริงใดไว้แล้ว แต่ศาลล่างมิได้วินิจฉัย ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจวินิจฉัยข้อเท็จจริงนั้นเองได้ 2. ศาลมีอำนาจปรับบทกฎหมายที่ถูกต้องได้ แม้โจทก์จะอ้างบทมาตราผิดไปจากที่ควรจะเป็น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีไม้ประดู่และไม้มะค่าโมงแปรรูปเป็นไม้หวงห้ามเกินกว่า 0.20 ลูกบาศก์เมตร โดยไม่เสียค่าภาคหลวงและโดยไม่รับอนุญาต จำเลยต่อสู้ว่าไม้แปรรูปของกลางเกิดในที่ดินของผู้มีชื่อจึงเป็นไม้ที่ชอบด้วยกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 48,50(4) แต่จำเลยนำสืบไม่ได้ความตามข้อต่อสู้ จำเลยจึงไม่พันผิด ข้อเท็จจริงที่ว่าไม้ของกลางเกิดในที่ดินของผู้มีชื่อตามข้อต่อสู้ของจำเลยหรือไม่นั้น เมื่อคู่ความนำสืบไว้แล้วแต่ศาลล่างมิได้วินิจฉัย ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจวินิจฉัยเองได้ โจทก์ได้บรรยายฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยมาแต่อ้างบทมาตราผิดศาลมีอำนาจปรับบทกฎหมายที่ถูกต้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.194 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.208 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.4 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.7 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.48 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.50

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีไม้ประดู่แปรรูป 125 ท่อน ปริมาตร5.78 ลูกบาศก์เมตร และไม้มะค่าโมงแปรรูปจำนวน 15 ท่อน ปริมาตร 1.11ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตรไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และมิได้เสียค่าภาคหลวง จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้ว่าไม้แปรรูปของกลางเกิดในที่ดินมีกรรมสิทธิ์ของนายสุข นายแล จึงเป็นไม้ที่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเชื่อว่า จำเลยครอครองไม้แปรรูปของกลางโดยรู้ว่าเป็นไม้แปรรูปหวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต พิพากษาลงโทษจำคุก4 เดือน ปรับ 3,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า ไม้แปรรูปของกลางเกิดในที่ดินของเอกชน จึงไม่เป็นไม้หวงห้ามและไม่เป็นความผิดตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 50(4) พิเคราะห์แล้วเห็นว่าการกระทำของจำเลยที่จะถือว่าไม่เป็นความผิดเพราะได้รับยกเว้นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติป่าไม้ที่จำเลยกล่าวอ้างนั้นข้อเท็จจริงจะต้องฟังได้ว่า ไม้แปรรูปของกลางนั้นเกิดจากที่ดินมีกรรมสิทธิ์ของเอกชนไม่ได้ขึ้นในป่าจึงจะไม่เป็นไม้หวงห้าม แต่ข้อเท็จจริงนี้ศาลล่างทั้งสองยังมิได้วินิจฉัยไว้ ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรวินิจฉัยเสียเองโดยไม่ต้องย้อนสำนวน กรณีที่จะถือว่าจำเลยได้รับยกเว้นไม่เป็นความผิดตามบทบัญญัติของกฎหมายป่าไม้ดังกล่าว จำเลยมีหน้าที่จะต้องนำสืบให้ได้ความเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายที่จำเลยกล่าวอ้าง แต่นายสุข นายแล และนายบ่ายพยานจำเลยเบิกความลอย ๆ ว่านายสุข นายแลเป็นเจ้าของที่ดินมี ส.ค.1ที่ไม้แปรรูปของกลางเกิดขึ้นในที่ดิน โดยไม่มีหลักฐานสิทธิเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินหรือไม้แปรรูปของกลางเกิดขึ้นในที่ดินมาแสดงต่อศาลและขัดต่อคำให้การรับสารภาพของจำเลยชั้นสอบสวน ทั้งมิได้อ้างถึงนายแล นายสึขเป็นพยานในชั้นสอบสวนด้วยพยานจำเลยจึงเป็นพิรุธไม่มีน้ำหนักให้รับฟังดังที่จำเลยกล่าวอ้าง จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 48 ที่แก้ไขใหม่ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2518มาตรา 19 ซึ่งโจทก์มิได้อ้างมา ศาลฎีกาเห็นว่าศาลมีอำนาจปรับบทกฎหมายที่ถูกต้องได้ คำพิพากษาฎีกาที่ 644/2489 ที่จำเลยอ้างนั้น ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2059/2522 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายวันชนะ กิจพิทักษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายวันชนะ กิจพิทักษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · โสพิทย์ คังคะเกตุ · จินดา บุญศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 2197/2547ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2813/2566ฎีกา 8297/2540ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 1459/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา