⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7352/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7352/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความประมาทที่ไม่ร้ายแรงนัก ประกอบกับจำเลยได้พยายามบรรเทาผลร้าย และไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน อาจเป็นเหตุให้ศาลรอการลงโทษได้

ย่อคำพิพากษา

นอกจากจำเลยทั้งสองจะขับรถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วสูงลงจากสะพานแล้ว ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้ขับรถโดยฝ่าฝืนกฎจราจรอื่น หรือสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ร่วมใช้เส้นทางในการประการอื่นอีก ทั้งจุดที่เกิดการชนกันก็เป็นบริเวณช่องเดินรถตามปกติของจำเลยทั้งสองและเกิดขึ้นขณะที่ผู้ตายกำลังข้ามถนนในช่วงที่รถยนต์กำลังแล่นอยู่ ประกอบกับบริเวณที่เกิดเหตุแม้จะมีไฟฟ้าสาธารณะแต่ก็มีแสงสว่างค่อนข้างสลัว ดังนั้นแม้จะเกิดเหตุด้วยความประมาทของจำเลยทั้งสอง แต่ก็เป็นความประมาทที่ไม่ร้ายแรงนัก ซึ่งจำเลยที่ 2 ได้พยายามบรรเทาความเสียหายให้แก่ฝ่ายผู้เสียหายด้วยการชดใช้เงินให้บางส่วนแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน กรณีจึงมีเหตุสมควรปราณีโดยการรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยที่ 2 และเนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่า เหตุที่ผู้ตายถึงแก่ความตายเกิดจากความประมาทของจำเลยทั้งสอง เป็นข้อเท็จจริงอันหนึ่งอันเดียวกัน จำเลยที่ 1 ได้ชดใช้เงินแก่ฝ่ายผู้เสียหายจำนวน 30,000 บาท และจำเลยที่ 1 มีอาชีพการงานเป็นหลักแหล่ง กับมีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัว เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ศาลฎีกาเห็นสมควรพิพากษาโดยให้รอการลงโทษไปถึงจำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้ฎีกาด้วยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43, 157 จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ระหว่างพิจารณา นางแฉล้ม มารดาของนายวีระผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต (ที่ถูก ต้องอนุญาตเฉพาะข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 4 ปี และปรับคนละ 15,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 2 ปี และปรับคนละ 7,500 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเคยรับโทษมาก่อน หลังเกิดเหตุจำเลยทั้งสองสำนึกผิดและพยายามบรรเทาผลร้ายหาเงินมาวางศาล เพื่อชดใช้ค่าเสียหายบางส่วนให้แก่ทายาทผู้ตาย จึงเห็นควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า โทษจำคุกคนละ 2 ปี ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คงให้จำเลยทั้งสองรับโทษไปโดยไม่รอการลงโทษ และไม่ลงโทษปรับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 2 ว่า สมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยที่ 2 หรือไม่ เห็นว่า แม้การที่จำเลยที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุลงจากสะพานพระนั่งเกล้าด้วยความเร็วสูงชนผู้ตายจนถึงแก่ความตายจะเป็นการกระทำโดยความประมาทปราศจากความระมัดระวังก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงได้ความตามรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยทั้งสองซึ่งให้จำเลยทั้งสองดูแล้วไม่โต้แย้งคัดค้านว่า บริเวณที่เกิดเหตุเป็นถนนมีช่องเดินรถ 6 ช่อง แบ่งเป็นช่องเดินรถไปและกลับด้านละ 3 ช่องเดินรถ จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์ในช่องเดินรถช่องที่ 2 จากบางบัวทองมุ่งหน้าจะไปแคราย จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์ผ่านแยกพระนั่งเกล้าโดยมีรถยนต์ตู้แล่นอยู่ด้านหน้าห่างจากรถจักรยานยนต์ของจำเลยที่ 1 ประมาณ 8 ถึง 9 เมตร จำเลยที่ 1 มองไม่เห็นผู้ตายยืนอยู่ช่วงกลางถนนแต่เห็นเงาตะคุ่มผ่านหน้ารถจักรยานยนต์ของจำเลยที่ 1 ในระยะกระชั้นชิด และรถจักรยานยนต์ของจำเลยที่ 1 ได้ชนผู้ตายล้มลง ขณะที่จำเลยที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์ตามหลังจำเลยที่ 1 และเห็นจำเลยที่ 1 ชนผู้ตายล้มลงแต่จำเลยที่ 2 ห้ามล้อไม่ทันจึงทับผู้ตายซึ่งล้มลงอยู่กลางถนน จำเลยที่ 2 รอพบเจ้าหน้าที่ตรงจุดเกิดเหตุ ส่วนจำเลยที่ 1 หมดสติ และมีผู้นำผู้ตายและจำเลยที่ 1 ส่งโรงพยาบาล ตามพฤติการณ์ดังกล่าว นอกจากจำเลยทั้งสองจะขับรถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วสูงขณะที่ลงจากสะพานแล้ว ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้ขับรถโดยฝ่าฝืนกฎจราจรหรือสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ร่วมใช้เส้นทางในประการอื่นอีก ทั้งจุดที่เกิดการชนกันก็เป็นบริเวณช่องเดินรถตามปกติของจำเลยทั้งสองและเกิดขึ้นขณะที่ผู้ตายกำลังข้ามถนนในช่วงที่รถยนต์กำลังแล่นอยู่ ประกอบกับบริเวณที่เกิดเหตุแม้จะมีไฟฟ้าสาธารณะแต่ก็มีแสงสว่างค่อนข้างสลัว ดังนั้นแม้จะเกิดเหตุด้วยความประมาทของจำเลยทั้งสองแต่ก็เป็นความประมาทที่ไม่ร้ายแรงนัก ซึ่งจำเลยที่ 2 ได้พยายามบรรเทาความเสียหายให้แก่ฝ่ายผู้เสียหายด้วยการชดใช้เงินให้บางส่วนแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ประกอบกับจำเลยที่ 2 มีอาชีพการงานเป็นหลักแหล่ง และมีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัว กรณีจึงมีเหตุสมควรปรานีโดยการรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยที่ 2 และเนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่า เหตุที่ผู้ตายถึงแก่ความตายเกิดจากความประมาทของจำเลยทั้งสอง เป็นข้อเท็จจริงอันหนึ่งอันเดียวกัน จำเลยที่ 1 ได้ชดใช้เงินแก่ฝ่ายผู้เสียหายจำนวน 30,000 บาท และจำเลยที่ 1 มีอาชีพการงานเป็นหลักแหล่งกับมีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัว เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ศาลฎีกาเห็นสมควรพิพากษาโดยให้รอการลงโทษไปถึงจำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้ฎีกาด้วยได้ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อให้จำเลยทั้งสองเข็ดหลาบ จึงสมควรลงโทษปรับจำเลยทั้งสองอีกสถานหนึ่ง และกำหนดมาตรการในการคุมความประพฤติจำเลยทั้งสองไว้ด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยทั้งสองคนละ 15,000 บาท อีกสถานหนึ่ง เมื่อลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงปรับคนละ 7,500 บาท สำหรับโทษจำคุกของจำเลยทั้งสองให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยทั้งสองฟัง ให้คุมความประพฤติจำเลยทั้งสองไว้โดยให้จำเลยทั้งสองไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติปีละ 3 ครั้ง มีกำหนดคนละ 2 ปี กับให้จำเลยทั้งสองกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่จำเลยทั้งสองและพนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรมีกำหนดคนละ 30 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7352/2549 พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นางแฉล้ม รักกลิ่น โจทก์ร่วม นายสุธรรม อินธิแสน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี · โจทก์ร่วม - นางแฉล้ม รักกลิ่น · จำเลย - นายสุธรรม อินธิแสน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ตุลยสิงห์ · เกษม วีรวงศ์ · บุญส่ง น้อยโสภณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นางสาวสุนทรี อัจฉริยพฤกษ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายเฉลิมชัย ศรีเลิศชัยพานิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 1891/2500ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 3026/2517ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2963/2535ฎีกา 726/2487ฎีกา 848/2545ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา