คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6860/2555
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3) จะต้องได้ความว่าเด็กประพฤติตนไม่สมควรแก่วัยของเด็กในขณะนั้นๆ การตีความกฎหมายอาญาต้องทำอย่างเคร่งครัดและไม่ขยายความให้เป็นผลร้ายแก่จำเลย.
ย่อคำพิพากษา
การกระทำที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3) จะต้องได้ความว่า เด็กที่ถูกบังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมนั้น ประพฤติตนไม่สมควร ซึ่งเด็กประพฤติตนไม่สมควรกฎหมายดังกล่าวมิได้นิยามไว้ ศาลฎีกาเห็นว่า หมายถึง เด็กประพฤติตนไม่สมควรแก่วัยของเด็กในขณะนั้น ๆ การที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของร้านอินเตอร์เน็ตและเกมยินยอมให้ อ. อายุ 17 ปีเศษ เล่นเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ในร้านจำเลยโดยได้รับค่าบริการ ในเวลากลางวันแม้ไม่ปรากฏว่าเป็นการเปิดภาคเรียนก็มิใช่เป็นการประพฤติตนไม่สมควรแก่วัยแต่อย่างใด การตีความกฎหมายที่มีโทษทางอาญาจะต้องตีความเคร่งครัดไม่อาจตีความขยายให้เป็นผลร้ายแก่จำเลย ทั้งเป็นการตีความให้กฎหมายขัดกับสิทธิเสรีภาพของเด็กจนเกินไป มิฉะนั้นแล้วหากผู้ใดให้เด็กเล่นเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ไม่ว่าอยู่ที่ใดก็จะเป็นความผิดได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 26 (3)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ม.26
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 4, 5, 26, 78
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3) (ที่ถูก ต้องระบุมาตรา 78 ด้วย) จำคุก 1 เดือน และปรับ 20,000 บาท จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เพื่อให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยและแจ้งข้อกล่าวหาว่ายุยงส่งเสริมเด็กให้ประพฤติตนไม่สมควรตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3) ชั้นจับกุมและสอบสวน จำเลยให้การรับสารภาพ
มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกาหลายประการว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่าการกระทำที่จะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3) จะต้องได้ความว่าเด็กที่ถูกบังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมนั้นประพฤติตนไม่สมควร แต่กฎหมายดังกล่าวไม่ได้นิยามคำว่า เด็กประพฤติตนไม่สมควรมีลักษณะอย่างไร ศาลฎีกาเห็นว่าเด็กประพฤติตนไม่สมควรหมายถึง เด็กประพฤติตนไม่สมควรแก่วัยของเด็กในขณะนั้น ๆ ว่าเป็นการสมควรหรือไม่ การที่จำเลยยินยอมให้นายอภิรักษ์ อายุ 17 ปีเศษ เล่นเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ในร้านของจำเลยโดยได้รับค่าบริการ ย่อมเห็นได้ว่าการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ของนายอภิรักษ์ ในขณะที่มีอายุ 17 ปีเศษ มิใช่เป็นการประพฤติตนไม่สมควรแก่วัยแต่อย่างใด การตีความกฎหมายที่มีโทษทางอาญาจะต้องตีความโดยเคร่งครัด ไม่อาจตีความขยายให้เป็นผลร้ายแก่จำเลย ทั้งจะเป็นการขัดกับสิทธิเสรีภาพของเด็กจนเกินไป มิฉะนั้นแล้ว หากผู้ใดให้เด็กเล่นเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ไม่ว่าอยู่ที่ใดก็จะเป็นความผิดได้ หากการกระทำของจำเลยเป็นความผิดเงื่อนไขใบอนุญาตให้ฉายหรือให้บริการซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ ก็ต้องไปว่ากล่าวตามกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอ้าง ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 เช่นนี้ ฎีกาของโจทก์จึงหาจำต้องวินิจฉัยไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6860/2555
พนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัว
จังหวัดลำปาง โจทก์
นางสาวนิภาพรรณหรือนิภาพันธ์ หล่อวัฒนากูล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดลำปาง · จำเลย - นางสาวนิภาพรรณหรือนิภาพันธ์ หล่อวัฒนากูล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วัชรินทร์ ปัจเจกวิญญูสกุล · วิชัย เอื้ออังคณากุล · พศวัจณ์ กนกนาก |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลำปางแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว - นางกาญจนา บุญจันทร์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายชวลิต ลีฬหาวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | ยช.(อ)173/2553 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา