⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3805/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3805/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ไว้ในครอบครองเพื่อขาย ถือเป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3

ย่อคำพิพากษา

การที่ผู้จะถูกริบทรัพย์ ถูกศาลอุทธรณ์พิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (อีเฟดรีน และ เพโมลีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขาย ซึ่งเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, 89 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ดังนี้ การมีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ไว้ในครอบครองเพื่อขาย จึงอยู่ในความหมายของความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ม.3 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ม.27

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสาขาทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยเรียกผู้จะถูกริบทรัพย์ทั้งสี่ในคดีสาขาที่ 1 ว่าผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 1 ถึงที่ 4 ตามลำดับ เรียกผู้จะถูกริบทรัพย์ในคดีสาขาที่ 2 ว่าผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 5 และที่ 6 ตามลำดับ ผู้ร้องยื่นคำร้องทั้งสองสำนวนเป็นใจความขอให้มีคำสั่งริบทรัพย์สินสิทธิเรียกร้อง ดอกผล และดอกเบี้ยจากทรัพย์สินดังกล่าว ทรัพย์สินที่เปลี่ยนสภาพไปเป็นกรรมสิทธิ์ในห้องชุดให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29, 31 ศาลชั้นต้นได้สั่งให้ประกาศในหนังสือพิมพ์ตามกฎหมายแล้ว ผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 1 ถึงที่ 4 ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง และคืนทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่ผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 1 ถึงที่ 4 ผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 5 และที่ 6 ยื่นคำคัดค้านทำนองเดียวกันขอให้ยกคำร้องและปล่อยทรัพย์สินที่ยึด ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง เฉพาะทรัพย์รายการที่ 8 คือบัญชีเงินฝากประจำ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาพลับพลาไชย เลขที่ 057 - 1 - 02289 - 4 ในชื่อของผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 1 ยอดเงินคงเหลือ 21,187,576.83 บาท พร้อมดอกเบี้ยทรัพย์สินดังกล่าวหรือสั่งริบโดยให้มีภาระจำนำสิทธิการรับเงินฝากของผู้คัดค้านที่ 1 ไว้จะได้บังคับจำนำต่อไป ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำคัดค้านขอให้มีคำสั่งคืนทรัพย์สินของผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 3 รายการที่ 54 ที่ดินโฉนดเลขที่ 121806 เลขที่ดิน 5390 ตำบลบางแคเหนือ อำเภอภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 60 ตารางวาเศษ พร้อมสิ่งปลูกสร้างอาคารพาณิชย์ดังกล่าวให้แก่ผู้คัดค้านที่ 2 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบทรัพย์สินทั้ง 99 รายการ ของผู้จะถูกริบทรัพย์ทั้งหก ตามคำสั่งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินที่ 23/2538 24/2538 และ 78/2538 ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 1 ถึงที่ 6 และผู้คัดค้านที่ 2 อุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ผู้คัดค้านที่ 2 ถึงแก่กรรม นางดรุณียื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนผู้คัดค้านที่ 2 ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 1 ถึงที่ 6 และผู้คัดค้านที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า ผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 1 เป็นสามีชอบด้วยกฎหมายของผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 2 ส่วนผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 3 และที่ 4 อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา สำหรับผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 5 เป็นสามีชอบด้วยกฎหมายของผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 6 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2537 ผู้ร้องยื่นฟ้องผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 กับนายสมเกียรติ เป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้นในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4196/2541 โดยฟ้องผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 1 และที่ 3 ฐานร่วมกันมีอีเฟดรีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 น้ำหนักรวม 199.7 กิโลกรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 189.1 กิโลกรัม ไว้ในครอบครองเพื่อขาย และฟ้องผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 5 ฐานมีอีเฟรดรีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 น้ำหนักรวม 199.7 กิโลกรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 189.1 กิโลกรัม ไว้ในครอบครองเพื่อขายและขาย ฐานมีอีเฟรดรีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 น้ำหนักรวม 1,205.75 กิโลกรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 1,152.4 กิโลกรัม ไว้ในครอบครองเพื่อขาย และฐานมีเพโมลีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 น้ำหนักรวม 728.21 กิโลกรัม ไว้ในครอบครองเพื่อขาย สำหรับคดีเกี่ยวกับผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 1 และที่ 5 ถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้ลงโทษจำคุกคนละ 13 ปี 4 เดือน ส่วนคดีเกี่ยวกับผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 3 ถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ลงโทษจำคุก 13 ปี 4 เดือน ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3497/2543 มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 5 และที่ 6 ว่า ความผิดที่ผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 5 ถูกศาลลงโทษอยู่ในความหมายของความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3 หรือไม่ โดยผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 5 และที่ 6 ฎีกาว่า ในคดีที่ผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 5 ถูกศาลลงโทษนั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 5 ในความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเท่านั้น จึงไม่อยู่ในความหมายของความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามบทกฎหมายดังกล่าวนั้น เห็นว่า ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4196/2541 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาถึงที่สุดสำหรับผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 5 ว่า ผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 5 กระทำความผิดฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ไว้ในครอบครองเพื่อขาย ซึ่งเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, 89 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด การมีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ไว้ในครอบครองเพื่อขายจึงอยู่ในความหมายของความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3 ฎีกาข้อนี้ของผู้จะถูกริบทรัพย์ที่ 5 และที่ 6 ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3805/2556 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ผู้ร้อง ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กับพวก ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · ผู้คัดค้าน - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทธิโชค เทพไตรรัตน์ · ศรีอัมพร ศาลิคุปต์ · นพพร โพธิรังสิยากร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญาธนบุรี - นายสมเกียรติ ตั้งสกุล · ศาลอุทธรณ์ - นางสาวประภาพรรณ อุดมจรรยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.764/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5289-5290/2555ฎีกา 12490/2556ฎีกา 5316/2555ฎีกา 586/2549ฎีกา 12179/2555ฎีกา 7243/2560ฎีกา 6089/2544ฎีกา 6850/2556ฎีกา 27-28/2554ฎีกา 8176/2547ฎีกา 5522-5523/2551ฎีกา 8410/2555ฎีกา 13989/2556ฎีกา 2939/2565ฎีกา 2109/2539ฎีกา 1359/2543ฎีกา 4557/2548ฎีกา 8646/2554ฎีกา 13974/2556ฎีกา 1185/2549ฎีกา 276/2541ฎีกา 6285-6286/2553ฎีกา 11563/2556ฎีกา 4068/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา