คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6177/2557
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยของคณะอนุญาโตตุลาการไม่เกินขอบเขตข้อพิพาท หากข้อเท็จจริงที่วินิจฉัยเป็นประเด็นที่เสนอข้อพิพาท และคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ย่อมสามารถบังคับตามคำชี้ขาดได้
ย่อคำพิพากษา
คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่าสัญญาจ้างเหมาคดีนี้ไม่ใช่แบบ Turn - Key แต่เป็นสัญญา Design Built จึงจำเป็นต้องวินิจฉัยต่อไปว่า แม้ไม่ใช่สัญญาจ้างเหมาแบบ Turn - Key ผู้ร้องกระทำผิดสัญญาหรือไม่ เพราะข้ออ้างหลักของคำเสนอข้อพิพาท คือ ผู้ร้องกระทำผิดสัญญา มิใช่ว่าเมื่อสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างไม่ใช่สัญญาแบบ Turn - Key เสียแล้วจะต้องตัดประเด็นอื่น ๆ ไปเสียทั้งหมดซึ่งจะทำให้ฝ่ายที่ผิดสัญญาไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่ตนก่อ อันจะเกิดความไม่เป็นธรรมขึ้น และการที่คำเสนอข้อพิพาทอ้างว่าผู้ร้องทำงานล่าช้า ตอกเสาเข็มไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานวิชาช่าง แล้วขนย้ายคนงานและวัสดุออกไปจากสถานที่ก่อสร้าง อันเป็นการผิดสัญญา ก็หมายความว่าผู้ร้องละทิ้งงานนั่นเอง ดังนั้น ที่คณะอนุญาโตตุลาการเสียงข้างมากวินิจฉัยว่าผู้ร้องผิดสัญญาเพราะละทิ้งงาน จึงอยู่ในประเด็นที่คณะอนุญาโตตุลาการกำหนดไว้ ไม่เป็นการวินิจฉัยเกินขอบเขตแห่งข้อตกลงในการเสนอข้อพิพาท
ข้อพิพาทในคดีนี้เป็นเรื่องสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างระหว่างเอกชนกับเอกชนสมัครใจตกลงกัน ข้อสัญญาไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และเมื่อฟังได้ว่าคณะอนุญาโตตุลาการเสียงข้างมากไม่ได้วินิจฉัยเกินขอบเขตแห่งข้อตกลงในการเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการ การยอมรับและการบังคับตามคำชี้ขาดดังกล่าวจึงไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 ม.24 พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 ม.40
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการเสียงข้างมากในคดีหมายเลขดำที่ 14/2550 คดีหมายเลขแดงที่ 18/2555
ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง
ศาลแพ่งพิพากษายกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องประการแรกว่า คณะอนุญาโตตุลาการเสียงข้างมากในคดีนี้วินิจฉัยชี้ขาดเกินขอบเขตแห่งข้อตกลงในการเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการหรือไม่ เห็นว่า ผู้คัดค้านยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการว่า ผู้ร้องผิดสัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง ผู้คัดค้านจึงบอกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหาย ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านต่อคณะอนุญาโตตุลาการว่า ผู้คัดค้านเป็นฝ่ายผิดสัญญา ผู้ร้องจึงบอกเลิกสัญญาและริบเงินมัดจำ คณะอนุญาโตตุลาการกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า
1. ผู้ร้องผิดสัญญาจ้างแบบ Turn - Key หรือไม่
2. ผู้ร้องจะต้องคืนเงินมัดจำ ชำระค่าปรับ ค่ารื้อถอน ค่าขนย้าย เสาเข็มและค่าเสียหายอื่น ๆ ตามคำเสนอข้อพิพาทของผู้คัดค้านหรือไม่ เพียงใด
ในการพิจารณาคณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่า สัญญาจ้างเหมาก่อสร้างคดีนี้ไม่ใช่แบบ Turn - Key แต่เป็นสัญญา Design Built จึงจำเป็นต้องวินิจฉัยต่อไปว่าแม้ไม่ใช่สัญญาจ้างเหมาก่อสร้างแบบ Turn - Key ผู้ร้องกระทำผิดสัญญาหรือไม่ เพราะข้ออ้างหลักของคำเสนอข้อพิพาทคือ ผู้ร้องกระทำผิดสัญญา มิใช่ว่าเมื่อสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างไม่ใช่สัญญาแบบ Turn - Key เสียแล้วจะต้องตัดประเด็นอื่น ๆ ไปเสียทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ฝ่ายผิดสัญญาไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายที่ตนก่อ อันจะเกิดความไม่เป็นธรรมขึ้น ส่วนข้อที่ผู้ร้องอ้างเหตุในฎีกาด้วยว่า การที่คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาดว่าผู้ร้องละทิ้งงานเป็นการวินิจฉัยเกินขอบเขตแห่งข้อตกลงในการเสนอข้อพิพาทด้วยนั้น เห็นว่า คำเสนอข้อพิพาทอ้างว่าผู้ร้องทำงานล่าช้า ตอกเสาเข็มไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานวิชาช่าง แล้วขนย้ายคนงานและวัสดุออกไปจากสถานที่ก่อสร้าง อันเป็นการผิดสัญญา ซึ่งมีความหมายว่าผู้ร้องละทิ้งงานนั่นเอง ดังนั้น ที่คณะอนุญาโตตุลาการเสียงข้างมากวินิจฉัยชี้ขาดว่าผู้ร้องผิดสัญญาเพราะละทิ้งงานจึงอยู่ในประเด็นที่คณะอนุญาโตตุลาการกำหนดไว้ และไม่เป็นการวินิจฉัยเกินขอบเขตแห่งข้อตกลงในการเสนอข้อพิพาทเช่นกัน
ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปตามอุทธรณ์ของผู้ร้องมีว่า การยอมรับและการบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือไม่ เห็นว่า ข้อพิพาทในคดีเป็นเรื่องสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างระหว่างเอกชนกับเอกชนสมัครใจตกลงกัน ข้อสัญญาไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และดังวินิจฉัยแล้วข้างต้นว่าคณะอนุญาโตตุลาการเสียงข้างมากไม่ได้วินิจฉัยเกินขอบเขตแห่งข้อตกลงในการเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการแต่อย่างใด ดังนั้น การยอมรับและการบังคับตามคำชี้ขาดดังกล่าวจึงไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องของผู้ร้องนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6177/2557
บริษัทแวนบิวฟ์ จำกัด ผู้ร้อง
บริษัทแอล.ที.เวอค จำกัด ผู้คัดค้าน
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - บริษัทแวนบิวฟ์ จำกัด · ผู้คัดค้าน - บริษัทแอล.ที.เวอค จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิรนิติ หะวานนท์ · พรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว · พิศิฏฐ์ สุดลาภา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายจตุรงค์ บุรมัชนานท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.189/2557 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา