คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10096/2558
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาตามยอมมีอายุความ 10 ปี นับแต่วันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป
ย่อคำพิพากษา
สิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นโดยคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดให้มีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/32 แต่เนื่องจากเป็นสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาตามยอม อายุความจึงให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไปตามมาตรา 193/12 เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ และศาลพิพากษาตามยอมตั้งแต่งวดแรกซึ่งถึงกำหนดชำระในวันที่ 30 สิงหาคม 2543 โจทก์จึงอาจบังคับสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาตามยอมได้ทันทีนับแต่วันดังกล่าวเป็นต้นไป อายุความ 10 ปี จึงเริ่มนับตั้งแต่วันดังกล่าว ซึ่งครบกำหนดอายุความในวันที่ 30 สิงหาคม 2553 แต่โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2553 พ้นกำหนดอายุความแล้ว ฟ้องของโจทก์จึงขาดอายุความ อันเป็นเหตุอื่นที่ไม่ควรให้จำเลยที่ 1 ล้มละลาย ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสามเด็ดขาด และพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย
จำเลยที่ 1 ไม่ยื่นคำให้การ
ระหว่างการพิจารณา จำเลยที่ 2 และที่ 3 ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในคดีของศาลล้มละลายกลางหมายเลขแดงที่ ล.13197/2553 เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2553 ศาลล้มละลายกลางจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ.2483 มาตรา 15
ศาลล้มละลายกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า มูลหนี้ตามคำพิพากษาศาลแพ่ง คดีหมายเลขแดงที่ ธ.12801/2543 ขาดอายุความแล้วหรือไม่ ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า คดีแพ่งดังกล่าวศาลแพ่งพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2543 คู่ความมิได้อุทธรณ์ คดีจึงถึงที่สุดในวันที่ 25 กันยายน 2543 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2553 ยังไม่พ้นกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่คำพิพากษาตามยอมถึงที่สุด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/32 คดียังไม่ขาดอายุความนั้น เห็นว่า สิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นโดยคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดให้มีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/32 แต่เนื่องจากเป็นสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาตามยอม อายุความจึงให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไปตามมาตรา 193/12 เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ และศาลพิพากษาตามยอมตั้งแต่งวดแรกซึ่งถึงกำหนดชำระในวันที่ 30 สิงหาคม 2543 โจทก์จึงอาจบังคับสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาตามยอมได้ทันทีนับแต่วันดังกล่าวเป็นต้นไป อายุความ 10 ปี จึงเริ่มนับตั้งแต่วันดังกล่าว ซึ่งครบกำหนดอายุความในวันที่ 30 สิงหาคม 2553 แต่โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2553 พ้นกำหนดอายุความแล้ว ฟ้องของโจทก์จึงขาดอายุความ อันเป็นเหตุอื่นที่ไม่ควรให้จำเลยที่ 1 ล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 ที่ศาลล้มละลายกลางยกฟ้องชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10096/2558
บริษัทบริหารสินทรัพย์อินเตอร์แคปปิตอล อลิอันซ์ จำกัด โจทก์
บริษัทชวาลวิทย์อุตสาหกรรมเครื่องหนัง จำกัด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทบริหารสินทรัพย์อินเตอร์แคปปิตอล อลิอันซ์ จำกัด · จำเลย - บริษัทชวาลวิทย์อุตสาหกรรมเครื่องหนัง จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ · ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์ · สมศักดิ์ คุณเลิศกิจ |
| แหล่งที่มา | สำนักวิชาการ |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ