⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2396/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2396/2558

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อต่อสู้ในประเด็นที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ต้องห้ามอุทธรณ์ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ให้การไว้ว่า จำเลยที่ 1 มีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์ จำเลยที่ 1 ได้ขอออกโฉนดที่ดินพิพาทโดยถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้นำชี้รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ส่วนเรื่องแย่งการครอบครองนั้นเป็นคำให้การของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ปฏิเสธว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 มิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 72673 ย่อมไม่อาจถือได้ว่า ข้อต่อสู้ดังกล่าวเป็นข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 4 ด้วย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ในข้อที่ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยแย่งการครอบครองมาจากโจทก์แล้วจึงเป็นเรื่องที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 76273 เลขที่ดิน 226 และโฉนดที่ดินเลขที่ 76274 เลขที่ดิน 227 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ให้จำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนในที่ดินโฉนดเลขที่ 76274 เลขที่ดิน 227 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ให้โจทก์ หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 และห้ามมิให้จำเลยที่ 1 เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงดังกล่าว ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 โอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนในที่ดินโฉนดเลขที่ 76273 เลขที่ดิน 226 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ให้โจทก์ หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 และห้ามมิให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงดังกล่าว ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้เงินจำนวน 100,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายในอัตราปีละ 100,000 บาท นับแต่ปี 2553 ไปจนกว่าจำเลยทั้งสี่จะดำเนินการให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 76273 เลขที่ดิน 226 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี กลับคืนสภาพเป็นที่นาตามเดิม จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 76273 เลขที่ดิน 226 และโฉนดที่ดินเลขที่ 76274 เลขที่ดิน 227 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ห้ามมิให้จำเลยทั้งสี่เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงดังกล่าว ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ดำเนินการให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 76273 เลขที่ดิน 226 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี กลับคืนสภาพเป็นที่นาตามเดิม ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้เงินจำนวน 60,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จะดำเนินการให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 76273 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี กลับคืนสภาพเป็นที่นาตามเดิม และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 10,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีได้ความว่า ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ขอออกโฉนดที่ดินเลขที่ 76273 และ 76274 ทับที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 42 ซึ่งโจทก์มีสิทธิครอบครอง และรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 แย่งการครอบครองที่ดินพิพาทจากโจทก์แล้ว จำเลยที่ 1 ไม่อุทธรณ์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อุทธรณ์ว่า ตามพยานหลักฐานควรรับฟังว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยการแย่งการครอบครองที่ดินพิพาทมาจากโจทก์ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่วินิจฉัยนั้นชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ให้การไว้ว่า จำเลยที่ 1 มีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์ จำเลยที่ 1 ได้ขอออกโฉนดที่ดินพิพาทโดยถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้นำชี้รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ส่วนเรื่องแย่งการครอบครองนั้นเป็นคำให้การของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ปฏิเสธว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 มิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 76273 ย่อมไม่อาจถือได้ว่าข้อต่อสู้ดังกล่าวเป็นข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ข้อนี้ จึงเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยให้ชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2396/2558 จ่าสิบเอกสำเนาว์ เกษสังข์ โจทก์ นายอนนท์หรือชานนท์หรือปรีชานนท์ จันทร์ไพศรี หรือจันทรไพศรีหรือจันทร์ไพรศรี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - จ่าสิบเอกสำเนาว์ เกษสังข์ · จำเลย - นายอนนท์หรือชานนท์หรือปรีชานนท์ จันทร์ไพศรีหรือจันทรไพศรีหรือจันทร์ไพรศรี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ จันทรา · ปดารณี ลัดพลี · แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายสมชาย อติกรจุฑาศิริ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสุพัฒน์ บุญยุบล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.785/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา