มาตรา 46 พ.ร.บ.เช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
หมวด ๒ การเช่านา
มาตรา ๔๖ เมื่อสภาพของนา หรือภาวะตลาดของข้าวหรือพืชไร่ได้เปลี่ยนแปลงไป และการปลูกข้าวหรือพืชไร่อื่นจะเป็นประโยชน์แก่ผู้เช่านา ผู้เช่านาจะขออนุญาตผู้ให้เช่านาใช้ที่นาที่ถูกจำกัดตามมาตรา ๔๕ วรรคสอง เพื่อปลูกข้าวหรือพืชไร่อื่นก็ได้ ถ้าผู้ให้เช่านาไม่อนุญาต ผู้เช่านาอาจยื่นคำร้องขอให้ คชก. ตำบล
พิจารณาวินิจฉัย ถ้า คชก. ตำบล พิจารณาเห็นว่าการปลูกข้าวหรือพืชไร่นั้น จะเป็นประโยชน์แก่ผู้เช่านา และไม่ทำให้สภาพของนาเสื่อมโทรมหรือเปลี่ยนแปลงไป ให้ คชก. ตำบล วินิจฉัยให้ผู้เช่านาปลูกข้าวหรือพืชไร่นั้นได้ตามกำหนดเวลา และเงื่อนไขที่ คชก. ตำบล เห็นสมควร และให้แจ้งคำวินิจฉัยดังกล่าวให้ผู้ให้เช่านาทราบ
สรุปมาตรา 46 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
มาตรานี้เกี่ยวกับการที่ผู้เช่านาต้องการเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นในที่นาที่เคยถูกจำกัดไว้ หากสภาพนาหรือตลาดเปลี่ยนไปและเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ ผู้เช่านาสามารถขออนุญาตผู้ให้เช่านาได้ หากผู้ให้เช่านาไม่อนุญาต ผู้เช่านาสามารถยื่นเรื่องให้ คชก. ตำบล พิจารณาได้
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 46 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 46
ผู้เช่านาจะเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นในที่นาที่เช่าได้เมื่อไหร่
ผู้เช่านาจะเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นได้เมื่อสภาพของนาหรือภาวะตลาดของข้าวหรือพืชไร่ได้เปลี่ยนแปลงไป และการปลูกพืชอื่นนั้นจะเป็นประโยชน์แก่ผู้เช่านา
ถ้าผู้ให้เช่านาไม่อนุญาตให้เปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น ผู้เช่านาต้องทำอย่างไร
หากผู้ให้เช่านาไม่อนุญาต ผู้เช่านาสามารถยื่นคำร้องขอให้ คชก. ตำบล พิจารณาวินิจฉัยได้
คชก. ตำบล จะพิจารณาอนุญาตให้ผู้เช่านาเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นได้หรือไม่
คชก. ตำบล จะอนุญาตได้หากพิจารณาแล้วเห็นว่าการปลูกพืชนั้นจะเป็นประโยชน์แก่ผู้เช่านา และไม่ทำให้สภาพของนาเสื่อมโทรมหรือเปลี่ยนแปลงไป
เมื่อ คชก. ตำบล วินิจฉัยแล้ว ใครจะทราบผลการวินิจฉัย
คชก. ตำบล จะแจ้งคำวินิจฉัยดังกล่าวให้ผู้ให้เช่านาทราบ
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพ.ร.บ.เช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-12 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง