มาตรา 37 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
หมวด ๔ คณะกรรมการธุรกรรม
มาตรา ๓๗ เมื่อคณะกรรมการธุรกรรมหรือเลขาธิการแล้วแต่กรณี สั่งยับยั้งการทำธุรกรรมตามมาตรา ๓๕ หรือมาตรา ๓๖ แล้วให้คณะกรรมการธุรกรรมรายงานต่อคณะกรรมการในการประชุมคราวถัดไปและให้รายงานให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบด้วย รายงานตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องระบุรายละเอียดดังต่อไปนี้
(๑)บุคคลผู้ถูกสั่งยับยั้งการทำธุรกรรม (๒)พยานหลักฐานที่ใช้ดำเนินการต่อบุคคลตาม (๑) (๓) ผู้ขอผู้ใช้หรือสั่งการให้มีการดำเนินการ (๔) ผลการดำเนินการ รายงานตามมาตรานี้ให้ถือเป็นความลับของทางราชการ
ในกรณีที่คณะกรรมการหรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติตรวจสอบรายงานตามวรรคหนึ่งแล้วพบว่ามีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ให้ส่งผลการตรวจสอบและความเห็นของคณะกรรมการหรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติแล้วแต่กรณี ให้คณะกรรมการธุรกรรมดำเนินการต่อไป
สรุปมาตรา 37 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
มาตรานี้กำหนดให้คณะกรรมการธุรกรรมต้องรายงานการสั่งยับยั้งการทำธุรกรรมต่อคณะกรรมการและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ รายงานนี้ต้องมีรายละเอียดสำคัญและถือเป็นความลับของทางราชการ หากมีการตรวจสอบพบว่าการดำเนินการไม่เป็นไปตามกฎหมาย จะต้องส่งผลการตรวจสอบและความเห็นให้คณะกรรมการธุรกรรมดำเนินการต่อไป
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 37 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 37
ใครเป็นผู้รับทราบการสั่งยับยั้งการทำธุรกรรม?
คณะกรรมการและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เป็นผู้รับทราบการสั่งยับยั้งการทำธุรกรรม
ข้อมูลในรายงานการยับยั้งการทำธุรกรรมต้องมีอะไรบ้าง?
รายงานต้องระบุบุคคลที่ถูกยับยั้ง พยานหลักฐาน ผู้ขอให้ดำเนินการ และผลการดำเนินการ
ข้อมูลในรายงานการยับยั้งการทำธุรกรรมเป็นความลับหรือไม่?
รายงานตามมาตรานี้ถือเป็นความลับของทางราชการ
ถ้าพบว่าการดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จะเกิดอะไรขึ้น?
คณะกรรมการหรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจะส่งผลการตรวจสอบและความเห็นให้คณะกรรมการธุรกรรมดำเนินการต่อไป
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-26
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง