มาตรา 51/1 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
หมวด ๖ การดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน
มาตรา ๕๑/๑ ในกรณีที่ศาลเห็นว่าทรัพย์สินตามคำร้องไม่เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ให้ศาลสั่งคืนทรัพย์สินนั้น และในกรณีเช่นว่านี้ ถ้าไม่มีผู้ใดขอรับคืนทรัพย์สินภายในสองปีนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งดังกล่าว ให้สำนักงานนำทรัพย์สินนั้นส่งเข้ากองทุน
ในกรณีที่มีผู้มาขอรับคืนโดยใช้สิทธิขอรับคืนตามกฎหมายอื่นซึ่งสามารถทำได้ถึงแม้จะเกินกว่ากำหนดสองปีตามวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานส่งคืนทรัพย์สินนั้นแก่ผู้มาขอรับคืน หากไม่อาจส่งคืนทรัพย์สินได้ให้คืนเป็นเงินจากกองทุนแทน หากยังไม่มีผู้มารับคืนเมื่อล่วงพ้นห้าปีให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของกองทุน ทั้งนี้ หลักเกณฑ์
วิธีการ การเก็บรักษาและการจัดการทรัพย์สินหรือเงินในระหว่างที่ยังไม่มีผู้มารับคืน ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
สรุปมาตรา 51/1 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
มาตรานี้กล่าวถึงกรณีที่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าทรัพย์สินที่ถูกยื่นคำร้องไม่ใช่ทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด ศาลจะสั่งให้คืนทรัพย์สินนั้น หากไม่มีใครมารับคืนภายในสองปี ทรัพย์สินจะถูกนำส่งเข้ากองทุน แต่ถ้ามีผู้มาขอรับคืนภายหลังโดยใช้สิทธิตามกฎหมายอื่น สำนักงานต้องคืนทรัพย์สินให้ หรือคืนเป็นเงินจากกองทุนแทน
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 51/1 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 51/1
ถ้าศาลสั่งว่าทรัพย์สินของฉันไม่ใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ฉันจะได้ทรัพย์สินคืนเมื่อไหร่?
ศาลจะสั่งให้คืนทรัพย์สินนั้นทันทีที่คุณแสดงตนขอรับคืน
ถ้าศาลสั่งคืนทรัพย์สินแล้ว แต่ฉันยังไม่ไปรับคืน จะเกิดอะไรขึ้น?
หากไม่มีผู้ใดขอรับคืนทรัพย์สินภายในสองปีนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง ทรัพย์สินนั้นจะถูกสำนักงานนำส่งเข้ากองทุน
ถ้าทรัพย์สินถูกนำส่งเข้ากองทุนไปแล้ว ฉันยังสามารถขอรับคืนได้หรือไม่?
คุณยังสามารถขอรับคืนได้ หากคุณมีสิทธิขอรับคืนตามกฎหมายอื่น แม้จะเกินกำหนดสองปีแล้วก็ตาม สำนักงานจะส่งคืนทรัพย์สิน หรือคืนเป็นเงินจากกองทุนแทน
ถ้าทรัพย์สินถูกนำส่งเข้ากองทุนไปแล้ว และไม่มีใครมารับคืนเลยเป็นเวลานาน จะเกิดอะไรขึ้น?
หากยังไม่มีผู้มารับคืนเมื่อล่วงพ้นห้าปี ทรัพย์สินนั้นจะตกเป็นของกองทุน
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-26
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง