มาตรา 66 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร
หมวด ๙ บทกำหนดโทษ
มาตรา ๖๖ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙ หรือมาตรา ๓๙ ตรี วรรคสาม (๓) มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท* [*มาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวเป็นความผิดทางพินัย
และให้ถือว่าอัตราโทษปรับอาญาเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]
มาตรา ๖๖ ทวิ ผู้ใดมิได้รื้อถอนอาคารตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา ๔๒ โดยมิได้อยู่ในระหว่างการอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากต้องระวางโทษตามวรรคหนึ่งแล้ว
ผู้ฝ่าฝืนยังต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกินสามหมื่นบาทจนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น
สรุปมาตรา 66 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
มาตรา 66 และ 66 ทวิ กำหนดความรับผิดของผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมอาคาร โดยมาตรา 66 กำหนดโทษปรับทางพินัยสำหรับการกระทำบางอย่าง ส่วนมาตรา 66 ทวิ กำหนดโทษจำคุกและปรับสำหรับผู้ที่ไม่รื้อถอนอาคารตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 66 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 66
การไม่ปฏิบัติตามมาตรา 30 วรรคหนึ่ง, 38, 39 หรือ 39 ตรี วรรคสาม (3) มีผลอย่างไร
ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามมาตราเหล่านี้จะมีความผิดทางพินัยและต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
ถ้าไม่รื้อถอนอาคารตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น จะเกิดอะไรขึ้น
ผู้ที่ไม่รื้อถอนอาคารตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น โดยที่ไม่ได้อยู่ในระหว่างการอุทธรณ์คำสั่ง จะต้องรับโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกปรับอีกวันละไม่เกินสามหมื่นบาทจนกว่าจะปฏิบัติตามคำสั่ง
โทษปรับเป็นพินัยแตกต่างจากโทษปรับทั่วไปอย่างไร
โทษปรับเป็นพินัยคือการชำระค่าปรับที่ไม่ใช่โทษทางอาญา โดยอัตราโทษปรับอาญาจะถูกนำมาใช้เป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย
หากถูกสั่งให้รื้อถอนอาคาร แต่กำลังอุทธรณ์คำสั่งอยู่ จะถูกลงโทษหรือไม่
หากอยู่ในระหว่างการอุทธรณ์คำสั่งรื้อถอนอาคาร จะยังไม่ถูกลงโทษตามมาตรา 66 ทวิ
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพ.ร.บ.ควบคุมอาคารทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-12 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง