มาตรานี้กล่าวถึงกรณีที่ชื่อบริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่ไปซ้ำหรือคล้ายกับชื่อบริษัทอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้ว จนอาจทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิดได้ ผู้ที่มีส่วนได้เสียสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้เริ่มก่อการบริษัทได้ และยังสามารถขอให้ศาลสั่งเปลี่ยนชื่อบริษัทนั้นได้ด้วย เมื่อศาลมีคำสั่งแล้ว ต้องดำเนินการจดทะเบียนชื่อใหม่แทนชื่อเดิมและแก้ไขใบสำคัญการจดทะเบียนให้ถูกต้อง
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 1115 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณพบ 3 คดีที่อ้างถึงมาตรานี้ (พ.ศ. 2526–2543) — แสดงคำพิพากษาที่มีคำวินิจฉัยครบถ้วนที่สุด (ย่อโดย AI ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย)
ฎีกาที่ 4767/2539 🤖 ย่อโดย AIผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนหรือขอให้ศาลสั่งบังคับให้เปลี่ยนชื่อบริษัทได้ แม้จะไม่ได้ฟ้องทันทีที่พบว่าชื่อบริษัทที่จดทะเบียนพ้องหรือคล้ายคลึงกับชื่อบริษ…ฎีกาที่ 2939/2526 🤖 ย่อโดย AIการใช้ชื่อบริษัทที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกับชื่อบริษัทอื่นจนอาจทำให้สาธารณชนสับสน ถือเป็นการละเมิดสิทธิในชื่อของบริษัทอื่น และผู้กระทำต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย.…ฎีกาที่ 9020/2543 🤖 ย่อโดย AIการวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดีนอกเหนือจากคำฟ้องของโจทก์ ถือเป็นกรณีที่มีเหตุอันสมควรให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลมีคำพิพากษาใหม่…ผู้ที่มีส่วนได้เสียสามารถฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้เริ่มก่อการบริษัทได้ และสามารถร้องขอให้ศาลสั่งบังคับให้เปลี่ยนชื่อบริษัทนั้นเสียใหม่ได้
บุคคลผู้ที่มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดมีสิทธิฟ้องร้องได้
ต้องนำชื่อที่เปลี่ยนใหม่นั้นไปจดทะเบียนแทนชื่อเก่า และต้องแก้ไขใบสำคัญการจดทะเบียนให้ถูกต้องตามไปด้วย
ผู้เริ่มก่อการบริษัทอาจถูกฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนได้
↑ ดูประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-26