มาตรานี้กำหนดวิธีพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ โดยก่อนทำคำชี้ขาดต้องฟังคู่ความทั้งปวงและอาจทำการไต่สวนตามที่เห็นสมควร อาจตรวจเอกสารทั้งปวงที่ยื่นขึ้นมาและฟังพยานหรือผู้เชี่ยวชาญซึ่งเต็มใจมาให้การ ถ้าขอให้ศาลส่งคำคู่ความหรือเอกสารในสำนวนมาให้ตรวจดู ให้ศาลจัดการให้ และถ้าเห็นว่าจำต้องดำเนินกระบวนพิจารณาที่ต้องดำเนินทางศาล เช่น หมายเรียกพยาน ให้พยานสาบานตน หรือให้ส่งเอกสาร อนุญาโตตุลาการอาจยื่นคำร้องต่อศาลให้ดำเนินการ โดยศาลเรียกค่าธรรมเนียมศาลตามอัตราที่กำหนดจากอนุญาโตตุลาการ ทั้งนี้อนุญาโตตุลาการมีอำนาจดำเนินตามวิธีพิจารณาใด ๆ ตามที่เห็นสมควรก็ได้ เว้นแต่ในข้อตกลงจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 216 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณพบ 3 คดีที่อ้างถึงมาตรานี้ (พ.ศ. 2508–2553) — แสดงคำพิพากษาที่มีคำวินิจฉัยครบถ้วนที่สุด (ย่อโดย AI ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย)
ฎีกาที่ 6788/2553 🤖 ย่อโดย AI1. การฎีกาในปัญหาเกี่ยวกับวิธีการบังคับคดีตามคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว เป็นการฎีกาที่ต้องห้ามตามกฎหมาย 2. ความผิดฐานก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตและฐานยึดถือครอบครองที่ดิน…ฎีกาที่ 625/2535 🤖 ย่อโดย AIการพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินหาย แม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ก็ไม่ถือเป็นความผิดที่แตกต่างกันในสาระสำคัญเกินกว่าคำขอหรือเป็นเรื่อง…ฎีกาที่ 1280/2508 🤖 ย่อโดย AIทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด หากเป็นของบุคคลภายนอกที่มิได้รู้เห็นยินยอมในการกระทำความผิดนั้น ไม่ต้องริบ…ต้อง ตัวบทกำหนดให้ฟังคู่ความทั้งปวงก่อนทำคำชี้ขาด
ตัวบทให้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาที่ต้องดำเนินทางศาล เช่น หมายเรียกพยานหรือให้พยานสาบานตน
อนุญาโตตุลาการมีอำนาจดำเนินตามวิธีพิจารณาใด ๆ ตามที่เห็นสมควร เว้นแต่ในข้อตกลงจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
↑ ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-26