⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกสารบัญกฎหมายพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค › มาตรา 52

มาตรา 52 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค

หมวด ๔ บทกำหนดโทษ
มาตรา ๕๒ ผู้ใดขายสินค้าที่ควบคุมฉลากตามมาตรา ๓๐ โดยไม่มีฉลากหรือมีฉลากแต่ฉลากหรือการแสดงฉลากนั้นไม่ถูกต้อง หรือขายสินค้าที่มีฉลากที่คณะกรรมการว่าด้วยฉลากสั่งเลิกใช้ตามมาตรา ๓๓ ทั้งนี้ โดยรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าการไม่มีฉลากหรือการแสดงฉลากดังกล่าวนั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำของผู้ผลิตเพื่อขาย หรือผู้สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สรุปมาตรา 52 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI

มาตรานี้กำหนดความผิดของผู้ที่ขายสินค้าที่ต้องมีฉลาก แต่ไม่มีฉลาก หรือฉลากไม่ถูกต้อง หรือใช้ฉลากที่ถูกสั่งเลิกใช้ไปแล้ว โดยที่รู้หรือควรรู้ว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หากผู้กระทำเป็นผู้ผลิต ผู้สั่ง หรือผู้นำเข้าเพื่อขาย จะมีโทษหนักขึ้น

📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 52 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 52

การขายสินค้าที่ไม่มีฉลากตามที่กฎหมายกำหนด มีความผิดหรือไม่?

มีความผิด หากสินค้านั้นเป็นสินค้าควบคุมฉลากตามกฎหมาย และผู้ขายรู้หรือควรรู้ว่าไม่มีฉลากหรือฉลากไม่ถูกต้อง

ถ้าฉลากสินค้าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จะมีความผิดหรือไม่?

มีความผิด หากสินค้านั้นเป็นสินค้าควบคุมฉลาก และผู้ขายรู้หรือควรรู้ว่าฉลากหรือการแสดงฉลากนั้นไม่ถูกต้อง

ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าสินค้าที่ไม่มีฉลากหรือฉลากไม่ถูกต้อง จะได้รับโทษอย่างไร?

ผู้ผลิตเพื่อขาย หรือผู้สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ที่กระทำความผิดตามมาตรานี้ จะต้องรับโทษที่หนักกว่าผู้ขายทั่วไป

โทษสำหรับผู้ที่กระทำความผิดตามมาตรานี้คืออะไร?

โทษจำคุกหรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยอัตราโทษจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าผู้กระทำเป็นผู้ขายทั่วไป หรือเป็นผู้ผลิต ผู้สั่ง หรือผู้นำเข้าเพื่อขาย

มาตราใกล้เคียง

มาตรา 48มาตรา 49มาตรา 50มาตรา 51มาตรา 53มาตรา 54มาตรา 55มาตรา 56

↑ ดูพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคทั้งหมด

🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-26

⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง