มาตรา 57 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค
หมวด ๔ บทกำหนดโทษ
มาตรา ๕๗ ผู้ประกอบธุรกิจผู้ใดไม่ส่งมอบสัญญาที่มีข้อสัญญาหรือมีข้อสัญญาและแบบถูกต้องตามมาตรา ๓๕ ทวิ หรือไม่ส่งมอบหลักฐานการรับเงินที่มีรายการและข้อความถูกต้องตามมาตรา ๓๕ เบญจ ให้แก่ผู้บริโภคภายในระยะเวลาตามมาตรา ๓๕ อัฏฐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ประกอบธุรกิจผู้ใดส่งมอบหลักฐานการรับเงิน โดยลงจำนวนเงินมากกว่าที่ผู้บริโภคจะต้องชำระและได้รับเงินจำนวนนั้นไปจากผู้บริโภคแล้ว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการประกอบธุรกิจเช่นนั้นแล้ว
มาตรา ๕๗ ทวิ ผู้ประกอบธุรกิจผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๕ สัตต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สรุปมาตรา 57 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
มาตรานี้กำหนดโทษสำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ส่งมอบสัญญาหรือหลักฐานการรับเงินให้ผู้บริโภคตามที่กฎหมายกำหนด หรือส่งมอบหลักฐานการรับเงินที่ระบุจำนวนเงินเกินจริงและได้รับเงินนั้นไปแล้ว รวมถึงกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับวิธีการชำระเงิน
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 57 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 57
ถ้าผู้ประกอบธุรกิจไม่ให้สัญญาหรือใบรับเงินตามที่ตกลงกัน จะเกิดอะไรขึ้น
ผู้ประกอบธุรกิจอาจถูกลงโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กรณีที่ใบรับเงินระบุจำนวนเงินที่ต้องจ่ายมากกว่าความเป็นจริงและผู้ประกอบธุรกิจได้รับเงินนั้นไปแล้ว ผู้ประกอบธุรกิจจะได้รับโทษอย่างไร
ผู้ประกอบธุรกิจอาจถูกลงโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว
หากผู้ประกอบธุรกิจไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับวิธีการชำระเงิน จะมีโทษหรือไม่
ผู้ประกอบธุรกิจอาจถูกลงโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-26
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง