มาตรา 33 พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
หมวด ๓ ธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
มาตรา ๓๓ ในกรณีที่พระราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ใดเป็นกิจการที่ต้องแจ้งให้ทราบ ผู้ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจดังกล่าวต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนเริ่มประกอบธุรกิจนั้น ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้ง ให้ออกใบรับแจ้งเพื่อเป็นหลักฐานการแจ้งในวันที่รับแจ้งนั้นและให้ผู้แจ้งประกอบธุรกิจนั้นได้ตั้งแต่วันที่ได้รับใบรับแจ้งดังกล่าว แต่ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจพบในภายหลังว่าการแจ้งไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน
ให้มีอำนาจสั่งผู้แจ้งแก้ไขให้ถูกต้องหรือครบถ้วนและนำผลการแก้ไขมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่แก้ไขหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้นั้นหยุดการให้บริการในส่วนที่เกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในการประกอบธุรกิจนั้นนับแต่วันที่ครบกำหนดระยะเวลาตามวรรคสองจนกว่าจะแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ในการประกอบธุรกิจ
ผู้แจ้งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาและตามประกาศที่คณะกรรมการกำหนด หลักเกณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้กำหนดเรื่องการชดใช้หรือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจไว้ด้วย ถ้าผู้แจ้งไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจตามวรรคสี่
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งห้ามมิให้ผู้นั้นให้บริการในส่วนที่เกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในการประกอบธุรกิจนั้นจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดดังกล่าว
ในกรณีที่ผู้แจ้งไม่แก้ไขตามวรรคสามหรือไม่ปฏิบัติตามวรรคห้าภายในระยะเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันที่หยุดหรือถูกห้ามการให้บริการ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ถอนการรับแจ้งของผู้นั้นออกจากสารบบการรับแจ้งและแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้นั้นทราบโดยเร็ว
สรุปมาตรา 33 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
มาตรานี้กำหนดขั้นตอนสำหรับธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่พระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นกิจการที่ต้องแจ้งให้ทราบ โดยผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนเริ่มประกอบธุรกิจ เมื่อได้รับแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับแจ้งในวันที่รับแจ้ง และให้ประกอบธุรกิจได้ตั้งแต่วันที่ได้รับใบรับแจ้ง หากภายหลังตรวจพบว่าการแจ้งไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด ถ้าไม่แก้ไขให้สั่งหยุดการให้บริการจนกว่าจะแก้ไขให้ถูกต้อง และถ้าไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจก็ให้สั่งห้ามให้บริการได้เช่นกัน ทั้งนี้ หากไม่แก้ไขหรือไม่ปฏิบัติตามภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่หยุดหรือถูกห้ามการให้บริการ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ถอนการรับแจ้งออกจากสารบบและแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบโดยเร็ว
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 33 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 33
ธุรกิจบริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แบบต้องแจ้ง เริ่มดำเนินการได้เมื่อใด
เริ่มประกอบธุรกิจได้ตั้งแต่วันที่ได้รับใบรับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งต้องออกให้ในวันที่รับแจ้ง
ถ้าแจ้งข้อมูลไม่ครบถ้วนจะเป็นอย่างไร
พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้แก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด และถ้าไม่แก้ไขให้สั่งหยุดการให้บริการจนกว่าจะแก้ไขตามคำสั่ง
ถูกถอนการรับแจ้งได้ในกรณีใด
เมื่อไม่แก้ไขหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่หยุดหรือถูกห้ามการให้บริการ พนักงานเจ้าหน้าที่จะถอนการรับแจ้งออกจากสารบบและแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบโดยเร็ว
พระราชกฤษฎีกาต้องกำหนดเรื่องใดไว้ด้วย
ต้องกำหนดเรื่องการชดใช้หรือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจไว้ด้วย
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-26
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง