⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกสารบัญกฎหมายพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน › มาตรา 133

มาตรา 133 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน

หมวด ๑๓ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
มาตรา ๑๓๓ ในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงาน ให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจ่ายเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างในส่วนที่เป็นเงินสะสม เงินสมทบ และดอกผลจากเงินดังกล่าวให้แก่ลูกจ้าง ในกรณีที่ลูกจ้างตาย ถ้าลูกจ้างมิได้กำหนดบุคคลผู้จะพึงได้รับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างไว้ โดยทำเป็นหนังสือตามแบบที่อธิบดีกำหนดมอบไว้แก่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือได้กำหนดไว้แต่บุคคลผู้นั้นตายก่อน ให้จ่ายเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามวรรคหนึ่งให้แก่บุตร สามี ภรรยา บิดา มารดา ที่มีชีวิตอยู่คนละส่วนเท่า ๆ กัน ถ้าผู้ตายไม่มีบุคคลผู้มีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามวรรคสอง ให้เงินดังกล่าวตกเป็นของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

สรุปมาตรา 133 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI

มาตรานี้กำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเมื่อลูกจ้างออกจากงาน หรือเมื่อลูกจ้างเสียชีวิต โดยจะจ่ายเงินสะสม เงินสมทบ และดอกผลให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทตามลำดับที่กฎหมายกำหนด หากไม่มีผู้รับเงิน เงินจะตกเป็นของกองทุนฯ

📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 133 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 133

ถ้าลูกจ้างลาออก จะได้รับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่

เมื่อลูกจ้างออกจากงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจะจ่ายเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างในส่วนที่เป็นเงินสะสม เงินสมทบ และดอกผลจากเงินดังกล่าวให้แก่ลูกจ้าง

หากลูกจ้างเสียชีวิต ใครจะเป็นผู้ได้รับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

ถ้าลูกจ้างไม่ได้ระบุผู้รับเงินเป็นหนังสือ หรือผู้ที่ระบุไว้เสียชีวิตก่อน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจะจ่ายเงินให้แก่บุตร สามี ภรรยา บิดา มารดา ที่มีชีวิตอยู่คนละส่วนเท่าๆ กัน

ถ้าลูกจ้างเสียชีวิตและไม่มีทายาทตามที่กฎหมายกำหนด เงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจะไปอยู่ที่ไหน

หากไม่มีบุคคลผู้มีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามที่กฎหมายกำหนด เงินดังกล่าวจะตกเป็นของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

มาตราใกล้เคียง

มาตรา 129มาตรา 130มาตรา 131มาตรา 132มาตรา 134มาตรา 135มาตรา 136มาตรา 137

↑ ดูพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานทั้งหมด

🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-26

⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง