มาตรานี้กำหนดว่า บุคคลใดเข้าครอบครองที่ดินตามนัยแห่งบทบัญญัติมาตรา 30 แล้วไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด หรือเงื่อนไขของคณะกรรมการ อธิบดีมีอำนาจสั่งให้บุคคลนั้นออกไปจากที่ดินนั้นได้ และนับตั้งแต่วันได้รับคำสั่ง ให้บุคคลนั้นขาดสิทธิอันจะพึงได้ตามระเบียบข้อบังคับทั้งหลายทันที ทั้งนี้ถ้าไม่พอใจคำสั่งดังกล่าว มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีได้ภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำสั่ง และถ้ารัฐมนตรีมิได้วินิจฉัยสั่งการภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่วันได้รับอุทธรณ์ ให้ถือว่ารัฐมนตรีสั่งให้มีสิทธิครอบครองในที่ดินนั้นต่อไป แต่ต้องปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนดและเงื่อนไขของคณะกรรมการตามเดิม โดยคำสั่งของรัฐมนตรีให้ถือเป็นที่สุด
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 32 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณพบ 3 คดีที่อ้างถึงมาตรานี้ (พ.ศ. 2524–2563) — แสดงคำพิพากษาที่มีคำวินิจฉัยครบถ้วนที่สุด (ย่อโดย AI ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย)
ฎีกาที่ 3016/2524 🤖 ย่อโดย AIที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่จัดสรรให้ประชาชนเข้าทำกิน แม้ผู้รับจัดสรรจะได้รับสิทธิครอบครองและปักหลักเขตแล้ว แต่หากยังไม่ได้ทำประโยชน์ตามเงื่อนไขและยังไม่ได้รับใบจอง สิ…ฎีกาที่ 8600/2563 🤖 ย่อโดย AIการจัดที่ดินเพื่อประชาชนตามประมวลกฎหมายที่ดินและระเบียบที่เกี่ยวข้อง มีเจตนารมณ์ให้ประชาชนผู้ไม่มีที่ดินทำกินได้มีที่ดินเพื่ออยู่อาศัยและประกอบอาชีพ โดยผู้ที่ได้รับการจัด…ฎีกาที่ 1976/2552 🤖 ย่อโดย AIใบจองเป็นเพียงหนังสือแสดงการยอมให้ราษฎรเข้าครอบครองที่ดินชั่วคราวเพื่อใช้ประโยชน์ตามเงื่อนไขที่รัฐกำหนด โดยสิทธิในที่ดินตามใบจองยังคงเป็นของรัฐ และผู้ได้รับอนุญาตไม่สามาร…ภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำสั่ง โดยยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี
ถ้ามิได้วินิจฉัยสั่งการภายในหกสิบวันนับแต่วันได้รับอุทธรณ์ ให้ถือว่ารัฐมนตรีสั่งให้มีสิทธิครอบครองในที่ดินนั้นต่อไป
ไม่ได้ คำสั่งของรัฐมนตรีให้ถือเป็นที่สุด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-26